ข้อควรรู้เกี่ยวกับยาไวอากร้า (VIAGRA) มีอะไรบ้าง

1. ใช้เฉพาะชายที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศเท่านั้น
2. ยานี้ได้ผลประมาณ 7 ใน 10 คน และไม่ช่วยให้พลังทางเพศสูงขึ้นแต่อย่างไร
3. ต้องใช้ให้ถูกวิธี เพราะมีอันตรายถึงตายได้ คนที่กินยากลุ่มไนเตรต เช่น ไอซอดิล (isordil) ไนโตรกลีเซอรีน (nitroglycerin) ห้ามใช้ยานี้เด็ดขาด
4. กินครั้งละ 1 เม็ด ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ยาจะออกฤทธิ์ได้เมื่อมีการ กระตุ้นทางเพศเท่านั้น และจะใช้งานได้นานประมาณ 30 นาที
5. การกำจัดปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะเหล้าและบุหรี่ รวมทั้งการเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความรักความผูกผันในครอบครัว จะทำให้ประสิทธิภาพของยาดีขึ้น และมีโอกาสเลิกหรือลดยาได้ในที่สุด
6. กระบอกสูญญากาศ เป็นกระบอกพลาสติกสวมครอบอวัยวะเพศ เมื่อดูดลมในกระบอกออกจนเป็นสูญญากาศ เลือดจะวิ่งเข้ามาในอวัยวะเพศแทน ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ แต่จะให้คงแข็งใช้งานต่อไปได้ หลังเอากระบอกออก ก็ต้องใช้ยางรัดที่โคนอวัยวะเพศ เพื่อกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกาย กระบอกนี้แม้จะราคาแพงประมาณ 3,000 – 10,000 บาท แต่ถ็ใช้ไปได้ตลอด จึงเป็นการประหยัดในระยะยาว และได้ผลกว้างขวางไม่ว่าเกิดจากสาเหตุใด
7. ยาฉีด ใช้หลอดและเข็มเล็ก ๆ เหมือนที่ใช้ฉีดอินซูลินในคนไข้เบาหวาน โดยฉีดเข้าที่อวัยวะเพศโดยตรง ยามีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดที่อวัยวะเพศขยายตัว และแข็งได้นานครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ข้อดีคือประสิทธิภาพสูง แต่ข้อเสียคือราคาค่อนข้างแพง และอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้
8. ยาสอด ตัวยาเช่นเดียวกับยาฉีด แต่ใช้สอดเม็ดยาเล็ก ๆ เข้าทางท่อปัสสาวะ หลังจากคลึงอวัยวะเพศประมาณ 5-10 นาที ยาจะซึมเข้าไปในอวัยวะเพศและทำให้แข็งตัวขึ้นมาได้
9. การผ่าตัดแก้ไขเส้นเลือดแดงหรือดำที่มีปัญหา วิธีเหล่านี้ได้ผลน้อย จึงทำเฉพาะกรณีที่จำเป็นและเหมาะสมเท่านั้น
10. การใส่แกนอวัยวะเพศเทียม เป็นวิธีสุดท้าย เมื่อใช้อย่างอื่นไม่ได้ผลแล้ว แกนอวัยวะเพศเทียมค่อนข้างแพงมาก และศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะบางคนเท่านั้น ที่สามารถทำผ่าตัดชนิดนี้ได้

ไวอากร้า ออกฤทธิ์ – หมดฤทธิ์ตอนไหน

ไวอากร้า ออกฤทธิ์ - หมดฤทธิ์ตอนไหน

ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องการออกฤทธิ์ – หมดฤทธิ์ ไวอากร้า ( Viagra ) ให้ปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพนั้น เราจำเป็นต้องเข้าใจการทำงานของยา เพราะนอกจากจะเป็นยาที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้ชาย ซึ่งหลักการทำงานของยานั้นเกิดมาจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายที่หย่อนสมรรถภาพ จะเป็นอย่าไรบ้าง ไปอ่านกันเลย

หลักการทำงานของยาตะกูล ไวอากร้า นั้นเกิดจากการที่อวัยวะเพศชายนั้นจะแข็งตัวได้ ต้องมีการหลั่ง สารไนตริก ออกไซด์ เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงที่ส่วนดังกล่าว และหลั่งสารอีกตัวที่ชื่อว่า สารจีเอ็มพี หรือสารที่ทำให้อวัยวะเพศนั้นคงความแข็งตัวไว้ระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งร่างกายจะผลิต ฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 มาเพื่อให้ไปทำลายและยับยั้งสารจีเอ็มพี ผลที่เกิดขึ้นจึงทำให้ อวัยวะเพศอ่อนตัวลงทันที และในส่วนของยาไวอากร้าจะเป็นตัวการสำคัญที่จะเข้าไปยับยั้งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เพื่อที่จะให้สารจีเอ็มพี ยังคงอยู่และไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศถึงจะยังคงแข็งตัวอยู่

ทั้งนี้อวัยวะเพศ อย่าเข้าใจว่ายาจะช่วยเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยความตื่นเต้น บรรยากาศ และการเล้าโลมที่เหมาะสมเช่นกัน เท่านี้ก็ไม่น่ามีอะไรต้องห่วงพร้อมที่จะสู้สึกหนักอย่างแน่นอนเช่นกัน

ระยะเวลาในการออกฤทธิ์ และหมดฤทธิ์

ยาจะออกฤทธิ์ หลังจากที่รับประทานเข้าไป 15 – 30 นาที และจะหมดฤทธิ์ ประมาณ 1-3 ชม. แล้วแต่ประมาณการได้รับ หรือหลังเสร็จกิจทันที

วิธีใช้ ไวอากร้า ( Viagra ) อย่างถูกต้อง

ปัจจุบัน ไวอากร้า ( Viagra ) เป็นที่รู้จักแพร่หลาย รู้จักเป็นอย่างดีถึงยาช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีคนที่ยังคงเข้าใจผิดและใช้ผิดๆ ว่ายา ไวอากร้า ( Viagra ) ช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศ นั่นเป็นความเชื่อที่ผิดๆ

วิธีใช้ยา ไวอากร้า ( Viagra ) ที่ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด

– รับประทานยาก่อนเริ่มมีกิจกรรมทางเพศ 45 – 60 นาที

– รับประทานหลังอาหาร 1- 2 ชม. จะดีที่สุด ชั่วโมง

– หลังจากที่รับประทานเข้าไปแล้ว ให้ดื่มน้ำตามเยอะๆ ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะยิ่งเห็นผล ได้เร็วยิ่งขึ้น

– ห้ามใช้ ไวอากร้า ร่วมกับเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์

– ห้ามใช้ยา ไวอากร้า ร่วมกับยากลุ่มไนเตรต ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบหัวใจ และระบบหมุนเวียนเลือด ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้

– ห้ามใช้ยาร่วมกับไซเมทิดีน (Cimetidine) เนื่องจากเป็นยารักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาระไปทำปฏิกริยาทำให้ความเข้มข้นของกระแสเลือดมีเพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้

ทั้งนี้ผลข้างเคียงอาจเกิดขึ้นได้แต่ไม่ใช่กับทุกคนหากเรารู้จักตัวเองก่อนที่จะได้รับยา ส่วนใหญ่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นมักมีสาเหตุมาจาก สุขภาพและการได้รับยาในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งอาการต่างๆ

สรรพคุณยา ไวอากร้า

          เห็นแล้วหรือไม่ สำหรับคุณประโยชน์เพียงน้อยนิดและโทษอันมหาศาลของไวอากร้า หากคุณขาดความรู้ความเข้าใจและเลือกใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ จากความตั้งใจที่จะบำรุงสมรรถภาพทางเพศ จะทำให้คุณสูญเสียร่างกาย อวัยวะต่างๆไปอย่างถาวร ดังนั้นแล้ววิธีการที่ปลอดภัยที่สุด ก็คือการหมั่นออกกำลังกายหรือเลือกรับประทานอาหารเสริมที่มี อย. และได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อที่จะบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของคุณให้ดี พร้อมออกศึกในทุกสถานการณ์

 

สรรพคุณยา ไวอากร้า

 

ยา ไวอากร้า เป็นยา ขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศ ช่วยรักษาอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัว นกเขาไม่ขัน ช่วยให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ดี ไม่อ่อนตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และ ต้องการชะลอการหลั่งได้เป็นอย่างดี.

 

วิธีทาน ไวอากร้า ให้มีผลดีที่สุด

  • 1. ทานในขณะท้องว่าง ก่อนหรือ หลังอาหาร 1-2 ชม.
  • 2. เฉลี่ยยาจะออกฤทธิ์ ภายใน ครึ่ง ถึง สองชั่วโมง แล้วแต่บุคคล.
  • 3. ยาจะออกฤทธิ์ ประมาณ 4-6 ชม.
  • 4. ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ยาจะไม่มีประสิทธิภาพ.
  • 5.กินยาควรดิ่มน้ำตามมากๆ เป็นน้ำอุ่นจะดีสุด.

 

ข้อควรระวังยา ไวอากร้า

 

  • 1.ห้ามรับประทานยา ไวอากร้า ร่วมกับยาที่มีส่วนประกอบของ Nitric oxide หรือยาที่มีฤทธิ์ต่อหัวใจ ความดันโลหิต เด็ก และ สตรีมีครรภ์ ห้ามรับประทานยานี้โดยเด็ดขาด.
  • 2.ห้ามรับประทานยา ไวอากร้า ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีก็ฮอล์ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคตับ ไต หัวใจ ความดัน โลหิตจาง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากผู้ใช้มีอาการผิดปกติ หรือ ผลข้างเคียงมากกว่าปกติ ควรไปพบแพทย์โดยทันที.
  • 3.หากมีอาการผิดปกติ เช่น ความผิดปกติทางสายตา ปวดกระดูก เจ็บหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นผิดปกติ เหงือออกมาก เหนื่อยเป็นลม ให้รีบพบแพทย์ทันที

 

ขอบคุณที่มา  sidegraviagrath

(VIAGRA) ไวอากร้า ให้คุณหรือโทษ??

ไวอากร้า ยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศและบำรุงร่างกายที่หลายๆคนรู้จัก และเลือกใช้ เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อคนอายุมากขึ้นร่างกายก็มีส่วนสึกหรอและเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา

 

จึงต้องพึ่งหาอาหารเสริมหรือยาบำรุงร่างกายมาใช้ เพื่อกระตุ้นสมรรถภาพและกำลังวให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม แต่รู้หรือไม่ว่า “ไวอากร้า” ยาที่คุณเลือกใช้ มีระบบการออกฤทธิ์อย่างไร และควรใช้ในปริมาณแค่ไหน ?

สิ่งที่หลายคนรับประทานโดยไม่ได้ศึกษาให้ดี จึงก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของตนเองอย่างมหาศาล ไวอากร้าหรือชื่อทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งออกฤทธิ์ด้วยการกักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชาย ให้ขยายตัวของหลอดเลือดในบริเวณนั้น จึงทำให้แข็งตัวได้นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ แต่ก็ไม่ใช้ทุกคนที่ไวอากร้าจะออกฤทธิ์ได้ผลดีอยู่เสมอ

สำหรับบางคนแล้วร่างกายต่อต้านฤทธิ์ยา ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงมากมาย อาจเกิดร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้ ช่วยทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีขึ้น(ข้อดี) เหมาะสำหรับบุคคลที่มีปัญหาทางด้านสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเพิ่มกำลังวังชา ปลุกความเป็นชาย ปลุกนกเขาให้ขัน และทำให้อวัยวะเพศชายแข็งอย่างเต็มที่

ยาออกฤทธิ์ไว เมื่อรับประทานเข้าไป เพียง 20 นาที ก็สามารถร่วมสนุกกับภรรยาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งอวัยเพศแข็งได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง หูหนวก หลายคนคงตกใจว่ายาเม็ดเล็กนิดเดียวสามารถทำให้หูหนวกได้เลย

เพราะว่าไวอากร้า มีสารที่ส่งไปถึงระบบประสาททำให้คุณสูญเสียการได้ยินไปชั่วขณะหรือเกิดอาการหูอื้อ หรือบางรายเป็นหนักถึงขั้นสูญเสียการได้ยินเลยทีเดียว

อวัยวะเพศแข็งตัวเกินไป เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งผลข้างเคียงของการรับประทานยาไวอากร้าเกินขนาด เนื่องจากยาไปกระตุ้นการขยายของหลอดเลือดในบริเวณอวัยวะเพศมากเกินไป ทำให้แข็งตัวนานติดต่อกันมากกว่า 4 ชั่วโมง ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว หากไม่เช่นนั้นอาจทำให้คุณสูญเสียอวัยวะเพศของคุณไปอย่างถาวร ปวดศีรษะวิงเวียน เป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังจากทานยาไวอากร้า

เนื่องจาก มีส่วนผสมที่เข้าไปกระตุ้นระบบประสาทโดยตรงทำให้บางคนแพ้ เกิดการปวดหัววิงเวียนและอาเจียนอย่างรุนแรง เสี่ยงกับยาผสมสารพิษ เห็นกันมามากสำหรับการจับกุมผู้ขายยาไวอากร้าที่ไม่ได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ เนื่องจากมีส่วนผสมของสารเคมี และยาเบื่อหนูเจือปนทำให้ผู้รับประทานเกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง

ตาบอดเมื่อคุณรับประทานยาไวอากร้าเกินขนาดหรือร่างกายของคุณต่อต้านฤทธิ์ยา ทำให้เกิดผลข้างเคียงคือเยื่อบุตาอักเสบ บางรายอาการหนักจนถึงขั้นมองไม่เห็น หากเกิดอาการเช่นนี้ให้หยุดรับประทานยาแล้วรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

 

เห็นแล้วหรือไม่ สำหรับคุณประโยชน์เพียงน้อยนิดและโทษอันมหาศาลของไวอากร้า หากคุณขาดความรู้ความเข้าใจและเลือกใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ จากความตั้งใจที่จะบำรุงสมรรถภาพทางเพศ จะทำให้คุณสูญเสียร่างกาย อวัยวะต่างๆไปอย่างถาวร ดังนั้นแล้ววิธีการที่ปลอดภัยที่สุด ก็คือการหมั่นออกกำลังกายหรือเลือกรับประทานอาหารเสริมที่มี อย. และได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อที่จะบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของคุณให้ดี พร้อมออกศึกในทุกสถานการณ์

 

ขอบคุณที่มา  sidegraviagrath

สรรพคุณไวอากร้า (Viagra)

ประโยชน์และผลข้างเคียงแต่ละชนิดไวอากร้า(Viagra)

          ผู้ชายหลายคนคงรู้จัก หรือคงเคยได้ยินชื่อ ยาไวอากร้า (Viagra®) ผู้ชายหลายท่านคิดว่า ยาไวอากร้า ช่วยเรื่องกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศแต่จริงๆแล้วไม่ได้มีส่วนช่วยเรื่องอารมณ์เลย แต่จะช่วยกระตุ้นให้น้องชายแข็งแรง พร้อมออกศึกเท่านั้น แลหลายผู้ชายหลายคนที่นกเขาไม่ขัน แล้วมากินยาตัวนี้ก็มักจะบ่น ๆ ว่า น้องชายก็ยังไม่พร้อมออกศึกซักที ไม่ใช่ว่ายาไม่ดี หรือ เป็นยาปลอม แต่ทว่า มีปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องด้วยคือ อารมณ์…เรามาดูขบวนการก่อนนะครับ ว่ากว่าน้องชายจะพร้อมออกศึกต้องมีอะไรมาเกี่ยวข้องบ้าง โดยทั่วไปแล้ว อวัยวะเพศชายจะแข็งตัวพร้อมออกศึกนั้น ต้องมีการทำงานของหลาย ๆ ระบบประกอบกัน โดยเริ่มจากต้องมี       สิ่งเร้า มากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ สมองก็จะส่งสัญญาณผ่านทางระบบประสาทไปที่อวัยวะเพศชาย กระตุ้นให้หลอดเลือดที่อวัยวะเพศขยายตัว มีเลือดมาคั่งมากขึ้น จนอวัยวะเพศมีขนาดใหญ่และแข็งตัว แต่ถ้าหากมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศแล้ว แต่นกเขาไม่ขัน น้องชายไม่พร้อมออกศึก เราเรียกอาการนี้ว่า “ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ” หรือ Erectile Dysfunction (ED)
          สาเหตุของการเกิดภาวะ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น สภาวะโรคต่าง ๆ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ  ปัญหาทางอารมณ์ การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า  หรือจากยาบางตัวบางกลุ่ม
           เมื่อเกิดภาวะดังกล่าว หลายท่านคงนึกถึงยาในฝันยา นั่นคือ ไวอากร้า (Viagra®) ซึ่งคิดว่าจะช่วยให้น้องชายพร้อมออกศึกได้ โดยไม่คำนึงว่าจะมีอารมณ์ทางเพศหรือไม่ก็ตาม แต่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น หากไม่มีการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ยาในฝันของท่านก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะกลไกของยาไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้อย่างเต็มที่
เรามาทำความรู้จักยา ไวอากร้า (Viagra®อย่างจริงจังกันหน่อยนะครับ
                Viagra® จริงๆแล้วเป็นชื่อการค้า มีชื่อสามัญทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งยาจะไปออกฤทธิ์กักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชายให้อยู่ที่บริเวณ ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชายให้ขยายตัวอยู่นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น  การขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย เป็นผลมาจากการกระตุ้นที่ผนังหลอดเลือดด้วยสารเคมีชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นชื่อ ไซคลิก-จีเอ็มพี (C-GMP) สารนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง แล้วจะถูกทำลายลง มิฉะนั้น จะทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ไม่ยอมคลายตัว ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก สารที่ทำหน้าที่ทำลายมีคุณสมบัติเป็นเอนไซม์ มีชื่อว่า ฟอสโฟ ไดเอสเตอเรส-5 ซึ่งยา Viagra® จะออกฤทธิ์โดยการขัดขวางการทำงานของเอนไซม์นี้ ดังนั้น ไซคลิก-จีเอ็มพี จะถูกทำลายน้อยลง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวอยู่ได้ต่อไป สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาดังกล่าว สารทั้งสองจะทำงานเป็นไปอย่างสมดุล ทำให้การแข็งตัวเกิดขึ้นนานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ แต่ในผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ความสมดุลนี้จะเสียไป ทำให้ยา Viagra® เข้ามามีบทบาทแก้ปัญหาดังกล่าว
ดังได้กล่าวมาแล้ว ว่ายานี้จะออกฤทธิ์ต่อเมื่อมีการหลั่งสาร ไซคลิก-จีเอ็มพี หมายถึงว่า ต้องมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นก่อน และต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วย และยาจะเข้ามาช่วยคงสภาพให้การแข็งตัวเพียงพอปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดังนั้น ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง  อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป
ห้ามใช้ยา Viagra® ร่วมกับ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil (ไอซอร์ดิล) Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอรีน) เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้

 

          เป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับท่านชายที่อายุมากขึ้น ทำให้ต้องหายาบำรุงมาไว้สำหรับบำรุงร่างกาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วความสมบูรณ์ของร่างกายของเรานั้น ขึ้นอยู่กับต้นทุนการดูแลรักษาร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นร่างกายของคนเรานั้นนั้น จะมีความสมบูรณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งบางคนนั้นอายุเพียง 35+ ก็มีร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง จึงทำให้จะต้องหายาบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ หากคุณนั้นมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์พอ ประสิทธิภาพในการรักร่วมเพศนั้นก็จะถดถอยลงอย่างมาก ซึ่งบางคนนั้นจำเป็นต้องใช้ยาเข้าช่วย แต่ส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ยาผิดประเภท และก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของตนเองเป็นส่วนใหญ่

          ไวอากร้าเป็นอีกหนึ่งยาที่หลายๆคนเลือกใช้ ไวอากร้าเป็นชื่อที่เรียกเพียงเครื่องหมายการค้า แต่อันที่จริงแล้วมีชื่อทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งยาชนิดนี้ออกฤทธิ์โดยกักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชาย ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย ให้ขยายตัวอยู่ได้นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น  จึงทำให้ผู้ชายสามารถเสร็จภารกิจได้รักร่วมเพศได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม

          คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า ไวอากร้า เป็นยาที่ควรรับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพราะจะช่วยให้ปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่อันที่จริงแล้ว ไวอากร้าจะเหมาะสำหรับคนที่มีอารมณ์ทางเพศมากกว่า แต่ที่กินไปเพราะมีอวัยวะเพศนั้นแข็งตัวได้แปบเดียว การกินไวอากร้าไปเพื่อที่จะให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้นต่างหาก การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง  อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป ห้ามใช้ยา Viagra® ร่วมกับ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil (ไอซอร์ดิล) Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอรีน) เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้

ขอบคุณที่มา  redhorsex

 

ไวอากร้าคืออะไร

ไวอากร้าคืออะไร?

  • กลไกของยาไวอากร้านั้นเกิดจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)
  • สำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติทางเพศ และอยากใช้ยาไวอากร้าของเพศหญิง งานวิจัยพบว่า การใช้ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ไม่ได้ผลชัดเจน เพราะไม่เพิ่มความต้องการทางเพศ
  • กระนั้นในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดจากการใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม SSRI เมื่อใช้ไวอากร้ากลับทำให้ถึงจุดสุดยอดและมีความสุขมากขึ้น

     ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

 

          ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

            ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

          กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

          ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

          อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อย่าเข้าใจผิด เพราะต้องอาศัยการเล้าโลม และบรรยากาศที่เหมาะสมเช่นกัน

 

ชนิดของยาไวอากร้า (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้  

 

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)

ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย

ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

 

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50

ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที

 

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13

ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน

 

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป

ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้

ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

 

ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

 

ผู้หญิงใช้ยาไวอากร้าได้ไหม

           สำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติทางเพศ งานวิจัยพบว่า การใช้ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ไม่ได้ผลชัดเจน ไม่เพิ่มความต้องการทางเพศ แต่ได้ผลในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดจากการใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม SSRI คนกลุ่มนี้รายงานว่าการใช้ไวอากร้าทำให้ถึงจุดสุดยอดและมีความสุขมากขึ้น

ขอบคุณที่มา  redhorsex.com

วิธีการใช้ยาไวอากร้าไทย Sidegra ซิเดกร้าและ ผลข้างเคียงของการใช้ยา

ไวอากร้าถือเป็นยาที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับเพศชายซึ่งกลไกของการใช้ยานั้นเกิดมาจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายและอาศัยกรดไนตริกออกไซด์เพื่อช่วยในการขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงร่างกายให้มีความแข็งตัวและทำให้สำเร็จความใคร่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหลายควรนำตัวยานี้มาใช้เพื่อเสริมความมั่นใจและเพื่อแก้ปัญหาให้กับตัวเอง

 

 

ยาชนิดนี้สามารถใช้ได้ทุกเพศไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หากเกิดในผู้หญิงก็จะมีอาการที่ชัดเจนคือไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการได้ส่วน ถ้าเกิดในผู้ชายก็จะแสดงให้เห็นถึงอวัยวะเพศไม่แข็งตัวไม่สามารถที่จะทำให้ตนเองและตรงข้ามสำเร็จความใคร่ได้นอกจากนั้นก็อาจจะมีผลเสียคือการหลั่งเร็วมากเกินไปทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความไม่พึงพอใจนั่นเอง แล้วตัวยาชนิดนี้มีวิธีการใช้อย่างไรเพื่อใช้ให้ถูกหลักและถูกวิธี

วิธีการใช้ยาไวอากร้าไทย Sidegra ซิเดกร้า 

นั้นจากมีวิธีอยู่เพื่อให้การออกฤทธิ์ได้ประสิทธิผลที่ดีและใช้ได้อย่างปลอดภัยซึ่งวิธีการใช้นั้นสามารถที่จะอธิบายได้ดังนี้

  1. Sidegra 100 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับ “ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุไม่เกิน 60 ปี”
  2. Sidegra 50 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับ “ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เป็นต้น”
  • รับประทานยา ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 10-15 นาที
  •  ควรทานยาก่อน หรือ หลังอาหาร ประมาณ 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ
  •  หากท่านใดรับประยารักษาโรค เช่น เบาหวาน ให้เว้นระยะการทานยา อย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ
  •  ห้ามรับประทานยาร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลก์ฮอล เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นต้น

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

  1. ผู้ใช้ยาครั้งแรกอาจจะมีอาการ ปวดศีรษะเล็กน้อย มึนหัว และ ตาพร่าแสงแดดง่าย
  2. อาการปกติหลังทานยา แต่ไม่มีอันตรายใดๆ เช่น หัวใจเต้นเร็ว มีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อออกง่าย เป็นต้น
  3. อาการทั่ง 2 ข้อนี้ จะค่อยๆ หายเมื่อผ่านไปประมาณ 10 นาที ครับ

คำเตือนในการใช้ Sidegra

ลูกค้า และ ผู้ใช้ ทุกท่านโปรดอ่านคำเตือน และ ใช้ยาไวอากร้า ด้วยความระมัดระวัง ขอบคุณครับ

  1. ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ สตรีมีครรภ์ รับประทานโดยเด็ดขาด
  2. ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลก็ฮอล เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ โดยเด็ดขาด
  3. ห้ามรับประทานยา Sidegra ร่วมกับยารักษาโรค ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ
  4. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต เช่น ความดันสูง หัวใจ  ไต โลหิตจาง โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  5. หากพบอาการผิดปกติ (นอกเหนือจากที่แจ้ง) หลังใช้ยาตัวนี้ ให้หยุดใช้ และไปแพทย์โดยทันที

การทานยาไวอากร้า ขึ้นอยู่กับการควบคุมการดูแลของแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ชนิดนี้ได้จะต้องมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือไม่มีความสามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่รักได้ด้วยตนเองเพราะฉะนั้นยาที่คุณทานได้จะต้องเป็นยาที่ผ่านการสั่งจากแพทย์เท่านั้น

โดยวิธีการทานตัวอย่างมีหลายลักษณะและหลายขนาดซึ่งขนาดมาตรฐานจะอยู่ที่ 50 – 100 mg คุณจะต้องรับประทานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนการมีเพศสัมพันธ์และต้องรับประทานหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมงเพื่อ ไม่เกิดผลข้างเคียงที่ตามมา

 

 

ยาไวอากร้านั้นไม่ได้เกิด ปฏิกิริยาขึ้นทันทีแต่ จะทำให้คุณค่อยๆรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์กับคนที่คุณรักเรื่อยๆโดยไม่ต้องผ่านการเล้าโลมจากฝ่ายหญิงซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็จะมีผลมาจากตัวยาที่คุณรับประทานลงไปสิ่งที่คุณควรจะปฏิบัติหลังจากนี้คือการทำตัวให้สบายๆและเริ่มกิจกรรมของคุณให้สำเร็จลุล่วง เมื่อสำเร็จลุล่วงแล้วยาก็จะหมดฤทธิ์ ตามเวลาที่เป็นอยู่ บางคนอาจจะหมดฤทธิ์หลังจากการเสร็จกิจกรรมเลยหรือบางคนอาจจะใช้เวลานานกว่านั้นขึ้นอยู่กับผลข้างเคียงของแต่ละคน

หลังจากที่คุณทานยาไวอากร้าเข้าไปแล้วควรจะทำอย่างไรบ้าง เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่ยาออกฤทธิ์และ คุณเสร็จกิจแล้วให้คุณสังเกตตัวเองว่า มีอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่เกิดกับคุณหรือไม่ เช่น ปวดศีรษะ อาการร้อนวูบวาบหรือหน้าแดง มีอาการคล้ายจะคลื่นไส้ สายตาพร่ามัวคล้ายคนเป็นตาบอดสี หรือมองแสงสีฟ้าเป็นสีเขียว และที่สำคัญคืออวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไปหรือเปล่า หากมีอาการนั้นถือว่าเป็นผลข้างเคียงที่จะทำให้เกิดผลเสียได้ คุณควรหยุดยานี้ไปเลย

หากคุณประสบปัญหาหลังจากการใช้ยาไวอากร้าสิ่งแรกที่คุณจะต้องทำเลยนั่นคือต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อ สังเกตเหตุการณ์ที่ผิดปกติเพราะบางทีอาจจะเกิดจากการแพ้ หรือคุณอาจจะทานยาที่มีปริมาณมากเกินไปซึ่งทุกอย่างจะเป็นข้อเสียต่อการใช้ยาสิ่งที่คุณควรจะทำและแกล้งกันมากที่สุดคือการใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ใช่สามารถทานได้เท่าไหร่ก็ได้ เพราะสิ่งที่ตามมานั้นเป็นผลเสียและรุนแรงเป็นอย่างมากเพราะฉะนั้นหากคุณไม่สามารถที่จะช่วยให้ตัวเองนั้นมีความสุขกับคนที่คุณรักได้การหาตัวช่วยถือเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ควรที่จะ มีลิมิตในการใช้ด้วย เพื่อที่จะไม่ทำให้สุขภาพของคุณนั้นเสีย หรืออาจจะมีผลทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความใคร่ได้อีกเลย

ทำความรู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

     ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

     ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

     กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

     ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

     อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อย่าเข้าใจผิด เพราะต้องอาศัยการเล้าโลม และบรรยากาศที่เหมาะสมเช่นกัน

 

ชนิดของยาปลุกความคึก (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้  

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)

ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย

ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

 

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50

ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที  

 

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13

ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน  

 

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป

ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้

ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

     ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

 

รู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

 ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

 

 

     ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

     ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

     กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

     ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

     อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อย่าเข้าใจผิด เพราะต้องอาศัยการเล้าโลม และบรรยากาศที่เหมาะสมเช่นกัน

 

 

ชนิดของยาปลุกความคึก (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้  

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)

ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย

ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

 

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50

ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที  

 

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13

ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน  

 

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป

ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้

ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

     ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

 

ผู้หญิงใช้ยาไวอากร้าได้ไหม

     สำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติทางเพศ งานวิจัยพบว่า การใช้ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ไม่ได้ผลชัดเจน ไม่เพิ่มความต้องการทางเพศ แต่ได้ผลในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดจากการใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม SSRI คนกลุ่มนี้รายงานว่าการใช้ไวอากร้าทำให้ถึงจุดสุดยอดและมีความสุขมากขึ้น