(VIAGRA) ไวอากร้า ให้คุณหรือโทษ??

ไวอากร้า ยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศและบำรุงร่างกายที่หลายๆคนรู้จัก และเลือกใช้ เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อคนอายุมากขึ้นร่างกายก็มีส่วนสึกหรอและเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา

 

จึงต้องพึ่งหาอาหารเสริมหรือยาบำรุงร่างกายมาใช้ เพื่อกระตุ้นสมรรถภาพและกำลังวให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม แต่รู้หรือไม่ว่า “ไวอากร้า” ยาที่คุณเลือกใช้ มีระบบการออกฤทธิ์อย่างไร และควรใช้ในปริมาณแค่ไหน ?

สิ่งที่หลายคนรับประทานโดยไม่ได้ศึกษาให้ดี จึงก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของตนเองอย่างมหาศาล ไวอากร้าหรือชื่อทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งออกฤทธิ์ด้วยการกักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชาย ให้ขยายตัวของหลอดเลือดในบริเวณนั้น จึงทำให้แข็งตัวได้นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ แต่ก็ไม่ใช้ทุกคนที่ไวอากร้าจะออกฤทธิ์ได้ผลดีอยู่เสมอ

สำหรับบางคนแล้วร่างกายต่อต้านฤทธิ์ยา ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงมากมาย อาจเกิดร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้ ช่วยทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีขึ้น(ข้อดี) เหมาะสำหรับบุคคลที่มีปัญหาทางด้านสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเพิ่มกำลังวังชา ปลุกความเป็นชาย ปลุกนกเขาให้ขัน และทำให้อวัยวะเพศชายแข็งอย่างเต็มที่

ยาออกฤทธิ์ไว เมื่อรับประทานเข้าไป เพียง 20 นาที ก็สามารถร่วมสนุกกับภรรยาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งอวัยเพศแข็งได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง หูหนวก หลายคนคงตกใจว่ายาเม็ดเล็กนิดเดียวสามารถทำให้หูหนวกได้เลย

เพราะว่าไวอากร้า มีสารที่ส่งไปถึงระบบประสาททำให้คุณสูญเสียการได้ยินไปชั่วขณะหรือเกิดอาการหูอื้อ หรือบางรายเป็นหนักถึงขั้นสูญเสียการได้ยินเลยทีเดียว

อวัยวะเพศแข็งตัวเกินไป เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งผลข้างเคียงของการรับประทานยาไวอากร้าเกินขนาด เนื่องจากยาไปกระตุ้นการขยายของหลอดเลือดในบริเวณอวัยวะเพศมากเกินไป ทำให้แข็งตัวนานติดต่อกันมากกว่า 4 ชั่วโมง ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว หากไม่เช่นนั้นอาจทำให้คุณสูญเสียอวัยวะเพศของคุณไปอย่างถาวร ปวดศีรษะวิงเวียน เป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังจากทานยาไวอากร้า

เนื่องจาก มีส่วนผสมที่เข้าไปกระตุ้นระบบประสาทโดยตรงทำให้บางคนแพ้ เกิดการปวดหัววิงเวียนและอาเจียนอย่างรุนแรง เสี่ยงกับยาผสมสารพิษ เห็นกันมามากสำหรับการจับกุมผู้ขายยาไวอากร้าที่ไม่ได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ เนื่องจากมีส่วนผสมของสารเคมี และยาเบื่อหนูเจือปนทำให้ผู้รับประทานเกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง

ตาบอดเมื่อคุณรับประทานยาไวอากร้าเกินขนาดหรือร่างกายของคุณต่อต้านฤทธิ์ยา ทำให้เกิดผลข้างเคียงคือเยื่อบุตาอักเสบ บางรายอาการหนักจนถึงขั้นมองไม่เห็น หากเกิดอาการเช่นนี้ให้หยุดรับประทานยาแล้วรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

 

เห็นแล้วหรือไม่ สำหรับคุณประโยชน์เพียงน้อยนิดและโทษอันมหาศาลของไวอากร้า หากคุณขาดความรู้ความเข้าใจและเลือกใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ จากความตั้งใจที่จะบำรุงสมรรถภาพทางเพศ จะทำให้คุณสูญเสียร่างกาย อวัยวะต่างๆไปอย่างถาวร ดังนั้นแล้ววิธีการที่ปลอดภัยที่สุด ก็คือการหมั่นออกกำลังกายหรือเลือกรับประทานอาหารเสริมที่มี อย. และได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อที่จะบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของคุณให้ดี พร้อมออกศึกในทุกสถานการณ์

 

ขอบคุณที่มา  sidegraviagrath

สรรพคุณไวอากร้า (Viagra)

ประโยชน์และผลข้างเคียงแต่ละชนิดไวอากร้า(Viagra)

          ผู้ชายหลายคนคงรู้จัก หรือคงเคยได้ยินชื่อ ยาไวอากร้า (Viagra®) ผู้ชายหลายท่านคิดว่า ยาไวอากร้า ช่วยเรื่องกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศแต่จริงๆแล้วไม่ได้มีส่วนช่วยเรื่องอารมณ์เลย แต่จะช่วยกระตุ้นให้น้องชายแข็งแรง พร้อมออกศึกเท่านั้น แลหลายผู้ชายหลายคนที่นกเขาไม่ขัน แล้วมากินยาตัวนี้ก็มักจะบ่น ๆ ว่า น้องชายก็ยังไม่พร้อมออกศึกซักที ไม่ใช่ว่ายาไม่ดี หรือ เป็นยาปลอม แต่ทว่า มีปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องด้วยคือ อารมณ์…เรามาดูขบวนการก่อนนะครับ ว่ากว่าน้องชายจะพร้อมออกศึกต้องมีอะไรมาเกี่ยวข้องบ้าง โดยทั่วไปแล้ว อวัยวะเพศชายจะแข็งตัวพร้อมออกศึกนั้น ต้องมีการทำงานของหลาย ๆ ระบบประกอบกัน โดยเริ่มจากต้องมี       สิ่งเร้า มากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ สมองก็จะส่งสัญญาณผ่านทางระบบประสาทไปที่อวัยวะเพศชาย กระตุ้นให้หลอดเลือดที่อวัยวะเพศขยายตัว มีเลือดมาคั่งมากขึ้น จนอวัยวะเพศมีขนาดใหญ่และแข็งตัว แต่ถ้าหากมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศแล้ว แต่นกเขาไม่ขัน น้องชายไม่พร้อมออกศึก เราเรียกอาการนี้ว่า “ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ” หรือ Erectile Dysfunction (ED)
          สาเหตุของการเกิดภาวะ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น สภาวะโรคต่าง ๆ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ  ปัญหาทางอารมณ์ การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า  หรือจากยาบางตัวบางกลุ่ม
           เมื่อเกิดภาวะดังกล่าว หลายท่านคงนึกถึงยาในฝันยา นั่นคือ ไวอากร้า (Viagra®) ซึ่งคิดว่าจะช่วยให้น้องชายพร้อมออกศึกได้ โดยไม่คำนึงว่าจะมีอารมณ์ทางเพศหรือไม่ก็ตาม แต่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น หากไม่มีการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ยาในฝันของท่านก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะกลไกของยาไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้อย่างเต็มที่
เรามาทำความรู้จักยา ไวอากร้า (Viagra®อย่างจริงจังกันหน่อยนะครับ
                Viagra® จริงๆแล้วเป็นชื่อการค้า มีชื่อสามัญทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งยาจะไปออกฤทธิ์กักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชายให้อยู่ที่บริเวณ ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชายให้ขยายตัวอยู่นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น  การขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย เป็นผลมาจากการกระตุ้นที่ผนังหลอดเลือดด้วยสารเคมีชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นชื่อ ไซคลิก-จีเอ็มพี (C-GMP) สารนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง แล้วจะถูกทำลายลง มิฉะนั้น จะทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ไม่ยอมคลายตัว ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก สารที่ทำหน้าที่ทำลายมีคุณสมบัติเป็นเอนไซม์ มีชื่อว่า ฟอสโฟ ไดเอสเตอเรส-5 ซึ่งยา Viagra® จะออกฤทธิ์โดยการขัดขวางการทำงานของเอนไซม์นี้ ดังนั้น ไซคลิก-จีเอ็มพี จะถูกทำลายน้อยลง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวอยู่ได้ต่อไป สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาดังกล่าว สารทั้งสองจะทำงานเป็นไปอย่างสมดุล ทำให้การแข็งตัวเกิดขึ้นนานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ แต่ในผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ความสมดุลนี้จะเสียไป ทำให้ยา Viagra® เข้ามามีบทบาทแก้ปัญหาดังกล่าว
ดังได้กล่าวมาแล้ว ว่ายานี้จะออกฤทธิ์ต่อเมื่อมีการหลั่งสาร ไซคลิก-จีเอ็มพี หมายถึงว่า ต้องมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นก่อน และต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วย และยาจะเข้ามาช่วยคงสภาพให้การแข็งตัวเพียงพอปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดังนั้น ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง  อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป
ห้ามใช้ยา Viagra® ร่วมกับ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil (ไอซอร์ดิล) Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอรีน) เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้

 

          เป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับท่านชายที่อายุมากขึ้น ทำให้ต้องหายาบำรุงมาไว้สำหรับบำรุงร่างกาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วความสมบูรณ์ของร่างกายของเรานั้น ขึ้นอยู่กับต้นทุนการดูแลรักษาร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นร่างกายของคนเรานั้นนั้น จะมีความสมบูรณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งบางคนนั้นอายุเพียง 35+ ก็มีร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง จึงทำให้จะต้องหายาบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ หากคุณนั้นมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์พอ ประสิทธิภาพในการรักร่วมเพศนั้นก็จะถดถอยลงอย่างมาก ซึ่งบางคนนั้นจำเป็นต้องใช้ยาเข้าช่วย แต่ส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ยาผิดประเภท และก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของตนเองเป็นส่วนใหญ่

          ไวอากร้าเป็นอีกหนึ่งยาที่หลายๆคนเลือกใช้ ไวอากร้าเป็นชื่อที่เรียกเพียงเครื่องหมายการค้า แต่อันที่จริงแล้วมีชื่อทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งยาชนิดนี้ออกฤทธิ์โดยกักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชาย ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย ให้ขยายตัวอยู่ได้นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น  จึงทำให้ผู้ชายสามารถเสร็จภารกิจได้รักร่วมเพศได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม

          คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า ไวอากร้า เป็นยาที่ควรรับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพราะจะช่วยให้ปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่อันที่จริงแล้ว ไวอากร้าจะเหมาะสำหรับคนที่มีอารมณ์ทางเพศมากกว่า แต่ที่กินไปเพราะมีอวัยวะเพศนั้นแข็งตัวได้แปบเดียว การกินไวอากร้าไปเพื่อที่จะให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้นต่างหาก การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง  อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป ห้ามใช้ยา Viagra® ร่วมกับ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil (ไอซอร์ดิล) Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอรีน) เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้

ขอบคุณที่มา  redhorsex

 

วิธีการใช้ยาไวอากร้าไทย Sidegra ซิเดกร้าและ ผลข้างเคียงของการใช้ยา

ไวอากร้าถือเป็นยาที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับเพศชายซึ่งกลไกของการใช้ยานั้นเกิดมาจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายและอาศัยกรดไนตริกออกไซด์เพื่อช่วยในการขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงร่างกายให้มีความแข็งตัวและทำให้สำเร็จความใคร่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหลายควรนำตัวยานี้มาใช้เพื่อเสริมความมั่นใจและเพื่อแก้ปัญหาให้กับตัวเอง

 

 

ยาชนิดนี้สามารถใช้ได้ทุกเพศไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หากเกิดในผู้หญิงก็จะมีอาการที่ชัดเจนคือไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการได้ส่วน ถ้าเกิดในผู้ชายก็จะแสดงให้เห็นถึงอวัยวะเพศไม่แข็งตัวไม่สามารถที่จะทำให้ตนเองและตรงข้ามสำเร็จความใคร่ได้นอกจากนั้นก็อาจจะมีผลเสียคือการหลั่งเร็วมากเกินไปทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความไม่พึงพอใจนั่นเอง แล้วตัวยาชนิดนี้มีวิธีการใช้อย่างไรเพื่อใช้ให้ถูกหลักและถูกวิธี

วิธีการใช้ยาไวอากร้าไทย Sidegra ซิเดกร้า 

นั้นจากมีวิธีอยู่เพื่อให้การออกฤทธิ์ได้ประสิทธิผลที่ดีและใช้ได้อย่างปลอดภัยซึ่งวิธีการใช้นั้นสามารถที่จะอธิบายได้ดังนี้

  1. Sidegra 100 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับ “ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุไม่เกิน 60 ปี”
  2. Sidegra 50 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับ “ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เป็นต้น”
  • รับประทานยา ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 10-15 นาที
  •  ควรทานยาก่อน หรือ หลังอาหาร ประมาณ 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ
  •  หากท่านใดรับประยารักษาโรค เช่น เบาหวาน ให้เว้นระยะการทานยา อย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ
  •  ห้ามรับประทานยาร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลก์ฮอล เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นต้น

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

  1. ผู้ใช้ยาครั้งแรกอาจจะมีอาการ ปวดศีรษะเล็กน้อย มึนหัว และ ตาพร่าแสงแดดง่าย
  2. อาการปกติหลังทานยา แต่ไม่มีอันตรายใดๆ เช่น หัวใจเต้นเร็ว มีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อออกง่าย เป็นต้น
  3. อาการทั่ง 2 ข้อนี้ จะค่อยๆ หายเมื่อผ่านไปประมาณ 10 นาที ครับ

คำเตือนในการใช้ Sidegra

ลูกค้า และ ผู้ใช้ ทุกท่านโปรดอ่านคำเตือน และ ใช้ยาไวอากร้า ด้วยความระมัดระวัง ขอบคุณครับ

  1. ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ สตรีมีครรภ์ รับประทานโดยเด็ดขาด
  2. ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลก็ฮอล เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ โดยเด็ดขาด
  3. ห้ามรับประทานยา Sidegra ร่วมกับยารักษาโรค ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ
  4. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต เช่น ความดันสูง หัวใจ  ไต โลหิตจาง โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  5. หากพบอาการผิดปกติ (นอกเหนือจากที่แจ้ง) หลังใช้ยาตัวนี้ ให้หยุดใช้ และไปแพทย์โดยทันที

การทานยาไวอากร้า ขึ้นอยู่กับการควบคุมการดูแลของแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ชนิดนี้ได้จะต้องมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือไม่มีความสามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่รักได้ด้วยตนเองเพราะฉะนั้นยาที่คุณทานได้จะต้องเป็นยาที่ผ่านการสั่งจากแพทย์เท่านั้น

โดยวิธีการทานตัวอย่างมีหลายลักษณะและหลายขนาดซึ่งขนาดมาตรฐานจะอยู่ที่ 50 – 100 mg คุณจะต้องรับประทานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนการมีเพศสัมพันธ์และต้องรับประทานหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมงเพื่อ ไม่เกิดผลข้างเคียงที่ตามมา

 

 

ยาไวอากร้านั้นไม่ได้เกิด ปฏิกิริยาขึ้นทันทีแต่ จะทำให้คุณค่อยๆรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์กับคนที่คุณรักเรื่อยๆโดยไม่ต้องผ่านการเล้าโลมจากฝ่ายหญิงซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็จะมีผลมาจากตัวยาที่คุณรับประทานลงไปสิ่งที่คุณควรจะปฏิบัติหลังจากนี้คือการทำตัวให้สบายๆและเริ่มกิจกรรมของคุณให้สำเร็จลุล่วง เมื่อสำเร็จลุล่วงแล้วยาก็จะหมดฤทธิ์ ตามเวลาที่เป็นอยู่ บางคนอาจจะหมดฤทธิ์หลังจากการเสร็จกิจกรรมเลยหรือบางคนอาจจะใช้เวลานานกว่านั้นขึ้นอยู่กับผลข้างเคียงของแต่ละคน

หลังจากที่คุณทานยาไวอากร้าเข้าไปแล้วควรจะทำอย่างไรบ้าง เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่ยาออกฤทธิ์และ คุณเสร็จกิจแล้วให้คุณสังเกตตัวเองว่า มีอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่เกิดกับคุณหรือไม่ เช่น ปวดศีรษะ อาการร้อนวูบวาบหรือหน้าแดง มีอาการคล้ายจะคลื่นไส้ สายตาพร่ามัวคล้ายคนเป็นตาบอดสี หรือมองแสงสีฟ้าเป็นสีเขียว และที่สำคัญคืออวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไปหรือเปล่า หากมีอาการนั้นถือว่าเป็นผลข้างเคียงที่จะทำให้เกิดผลเสียได้ คุณควรหยุดยานี้ไปเลย

หากคุณประสบปัญหาหลังจากการใช้ยาไวอากร้าสิ่งแรกที่คุณจะต้องทำเลยนั่นคือต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อ สังเกตเหตุการณ์ที่ผิดปกติเพราะบางทีอาจจะเกิดจากการแพ้ หรือคุณอาจจะทานยาที่มีปริมาณมากเกินไปซึ่งทุกอย่างจะเป็นข้อเสียต่อการใช้ยาสิ่งที่คุณควรจะทำและแกล้งกันมากที่สุดคือการใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ใช่สามารถทานได้เท่าไหร่ก็ได้ เพราะสิ่งที่ตามมานั้นเป็นผลเสียและรุนแรงเป็นอย่างมากเพราะฉะนั้นหากคุณไม่สามารถที่จะช่วยให้ตัวเองนั้นมีความสุขกับคนที่คุณรักได้การหาตัวช่วยถือเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ควรที่จะ มีลิมิตในการใช้ด้วย เพื่อที่จะไม่ทำให้สุขภาพของคุณนั้นเสีย หรืออาจจะมีผลทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความใคร่ได้อีกเลย

ทำความรู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

     ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

     ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

     กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

     ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

     อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อย่าเข้าใจผิด เพราะต้องอาศัยการเล้าโลม และบรรยากาศที่เหมาะสมเช่นกัน

 

ชนิดของยาปลุกความคึก (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้  

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)

ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย

ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

 

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50

ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที  

 

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13

ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน  

 

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป

ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้

ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

     ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

 

รู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

 ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

 

 

     ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

     ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

     กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

     ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

     อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อย่าเข้าใจผิด เพราะต้องอาศัยการเล้าโลม และบรรยากาศที่เหมาะสมเช่นกัน

 

 

ชนิดของยาปลุกความคึก (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้  

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)

ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย

ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

 

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50

ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที  

 

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13

ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน  

 

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป

ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้

ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

     ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

 

ผู้หญิงใช้ยาไวอากร้าได้ไหม

     สำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติทางเพศ งานวิจัยพบว่า การใช้ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ไม่ได้ผลชัดเจน ไม่เพิ่มความต้องการทางเพศ แต่ได้ผลในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดจากการใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม SSRI คนกลุ่มนี้รายงานว่าการใช้ไวอากร้าทำให้ถึงจุดสุดยอดและมีความสุขมากขึ้น

สิทธิบัตร Viagra

สำหรับสถานที่ซื้อ Viagra พวกเขาไม่ทราบว่ามันหมายถึงอะไรที่จะเป็นแบรนด์หรือยาทั่วไปของยา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้จำเป็นต้องทำความเข้าใจกระบวนการจดสิทธิบัตร Viagra ยกตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาที่ Viagra ได้มีการก่อตั้งสิทธิบัตรขึ้นเพื่อเหตุผลที่ถูกต้อง อันดับแรกนี่คือวิธีที่ บริษัท สามารถคืนเงินที่ลงทุนในการวิจัยและแม้แต่ร้านขายยาท้องถิ่นที่จำหน่ายยาสามัญ Viagra สามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่าที่คุณสามารถซื้อทางออนไลน์ได้

 

 

ในอดีตกระบวนการจดสิทธิบัตรยาก็เหมือนกับสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ กระบวนการนี้จะใช้เวลาถึง 30 ปี เมื่อเวลาผ่านไปนักการเมืองตระหนักว่า บริษัท ยาหลายแห่งละเมิดระบบนี้ ยาเหล่านี้จะยังคงมีมากเกินไปกับยาเสพติดเหล่านี้ซึ่งพวกเขาพัฒนาขึ้นโดยค่าใช้จ่ายของประชาชนทั่วไป ในหลักการเขาตระหนักว่าผู้คนต้องการยาในราคาที่เหมาะสมและนี่เป็นปัญหาสาธารณสุข

 

viag

 

ดังนั้นยาสามัญที่ทำอะไร? ยาทั้งหมดขึ้นอยู่กับสูตรทางเคมีของ Viagra การศึกษาที่พัฒนาแล้วช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่าสารเคมีใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด นี่คือสูตรที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและได้รับการคุ้มครองสำหรับระยะเวลาของการจดสิทธิบัตร ซึ่งหมายความว่าไม่มี บริษัท ใดที่สามารถจำลองหรือสังเคราะห์สารเคมีชนิดนี้และขายให้ประชาชนทั่วไปได้ อย่างไรก็ตามแบรนด์ Viagra และไวอะกร้าทั่วไปก็เหมือนกัน

ผลเสียของการใช้ Viagra

ผลเสียจากการใช้ยาหรืออาหารเสริมอย่าง Viagra ถ้าใช้มากเกินไปจะทำให้หัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองและจำนวนเงินที่ไม่มี CPR หรือความช่วยเหลือทางการแพทย์อื่นๆ จะช่วยคุณจากนี้ที่ Pharmacy โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณชอบทดลองใช้ยาเสพติดที่ผิดกฎหมายเช่นความปีติยินดี มีการสร้างใหม่น่ารำคาญซึ่งน่าเสียดายที่กำลังได้รับความนิยมเรียกว่า sestasia ซึ่งเป็นส่วนผสมของความปีติยินดีด้วย Viagra เพื่อทำให้เป็นหนึ่งในยาเสพติดที่ร้ายกาจที่สุด

 

 

แม้ว่า Viagra จะเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่ “มาตรฐาน” เช่นปวดศีรษะแดงปวดท้องปวดท้องและมีการคั่งในทางเดินจมูกผู้ที่รู้สึกโดดเดี่ยวก็คือคนที่มีผลต่อความรู้สึกพื้นฐาน 5 ประการของเรา การสูญเสียการมองเห็นเป็นเรื่องที่น่าหนักใจและไม่ค่อยมีอยู่เท่าที่จะมีผลข้างเคียง นี้อาจจะเป็นหนึ่งในที่พบมากที่สุด การสูญเสียวิสัยทัศน์ของ Viagra บางครั้งอาจเป็นที่ไม่พึงประสงค์เช่นวิสัยทัศน์เปลี่ยนแปลงชั่วคราววิสัยทัศน์เบลอความไวต่อแสงหรือแม้กระทั่งว่าทุกอย่างเป็นสีฟ้า บางครั้งก็อาจจะรุนแรงมากขึ้น ในปีพศ. 2548 เอฟดีเอระบุว่าไวอากร้าอาจทำให้เสียวิสัยทัศน์ได้อย่างถาวรและกำหนดให้ผู้ผลิตทั้งหมดของ sildenafil ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ใน Viagra ส่งคำเตือนที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ของยาเพื่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงนี้ ใช่คุณจะกลายเป็นคนตาบอดด้วย ไวอะกร้า โดยปกติแล้วสิ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คุณตื่นขึ้นมาในตอนเช้าคุณจะสังเกตได้ว่าดวงตาเพียงดวงตามีแนวโน้มที่จะกลายเป็นคนตาบอดซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าคนตาบอดจะตาบอดในภายหลัง

ดังนั้นถ้าการตาบอดไม่เพียงพอความวิตกกังวลคุณก็สามารถแม้แต่จะสูญเสียการได้ยินของคุณ ปัญหาใหญ่คือโดยปกติเมื่อคุณเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นหรือปัญหาการได้ยินจะมีอาการปวดเล็กน้อยซึ่งจะเปิดโอกาสให้คุณปรึกษาแพทย์และอาจแก้ไขปัญหาดังกล่าว กับ ไวอะกร้าผลข้างเคียงเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นโดยไม่มีอาการปวดเพียงสมบูรณ์สูญเสียการได้ยิน เมื่อคุณรู้สึกว่าคนตาบอดคุณรู้สึกว่าความรู้สึกอื่นๆ ของพวกเขากลายเป็นความตื่นตัวมากขึ้นเพื่อชดเชยการสูญเสียการมองเห็น แต่ถ้าคุณสูญเสียการได้ยินและวิสัยทัศน์ของคุณ? คุณภาพชีวิตที่คุณคาดหวังได้คืออะไร?

ดังนั้นเราจึงเอาชนะผลข้างเคียงไม่ได้ใช่มั้ย? ไม่ถูกต้อง! หากคุณสูญเสียวิสัยทัศน์ของคุณไม่ได้เลวร้ายและการติดขัดไม่ได้ทำให้ตกใจคุณ แต่สิ่งที่เกี่ยวกับความจริงที่ว่า Viagra อาจทำให้เกิดการโจมตีหัวใจและจังหวะแม้ว่าคุณจะใช้ยาที่ถูกต้อง? อ่านอาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้ดีแม้ว่าคุณจะรับประทานยาที่ถูกต้องก็ตาม นอกจากผลข้างเคียงที่เป็นไปได้ Priapism เกิดขึ้นเมื่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นเวลานานกว่าสี่ชั่วโมงและอาจนำไปสู่ความจริงที่ว่าอวัยวะเพศชายของคุณจะกลายเป็นความผิดปกติอย่างถาวรหากไม่สามารถจัดการได้

ดังนั้นให้จบรายการผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่เป็นไปได้ก่อนที่จะดำเนินการกับสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้และแม้แต่ทางเลือกอื่นในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้นนอกเหนือจากผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ดังกล่าวข้างต้นคุณยังสามารถคาดหวังความเป็นไปได้ของความดันโลหิตสูงที่แข็งแกร่งความดันตาซึ่งอาจจะเจ็บปวดมากและไม่สม่ำเสมอหัวใจ

ดังนั้นตอนนี้คุณอยู่ที่นี่แล้วคุณจะสงสัยว่าทำไมโลกถึงทำสิ่งที่แย่มากจนได้รับการอนุมัติจาก FDA ในความเป็นจริง Viagra เป็นเพียงยาตามใบสั่งแพทย์และควรให้แพทย์ตรวจสอบก่อนกำหนดยาเหล่านี้อย่างไรก็ตามหลายครั้งที่คนสั่งซื้อยาเม็ดจากอินเทอร์เน็ตมักจะกรอกแบบสอบถามที่เรียบง่ายซึ่งจะไม่ครอบคลุมหลายด้านเหล่านี้ ผลกระทบ ถ้าคุณได้รับ Viagra จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากแพทย์ของคุณคุณจะเสี่ยงต่อการทรมานจากผลข้างเคียงเหล่านี้

 

อาหารเสริมประกอบด้วยVIAGRA, STEROIDS

คุณรู้ว่าการอัพเกรดทางโภชนาการการอัพเกรดทางเพศเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ที่สถานีบริการและทำการตลาดประเทศชาติหรือไม่? ระมัดระวังพวกเขาอาจจะเป็น viagra หรือสเตียรอยด์อีกครั้ง หรือในทางกลับกัน การปรับปรุงลดน้ำหนักที่คาดเดาได้หลายอย่างเพื่อลดน้ำหนักการลุกขึ้นและการสร้างกล้ามเนื้ออาจมีสารเคมีของแท้ แต่คุณอาจไม่มีโอกาสได้รู้ว่ามีอะไรอยู่ในตัว

ในช่วงปีพ. ศ. 2550 และ พ.ศ. 2559 เอฟดีเอได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการกำหนดเภสัชกรรมที่ไม่ได้รับการอนุมัติในการปรับปรุงโภชนาการ 776 รายการตามรายงานอื่นของ JAMA Network Open คนเหล่านี้ไม่มากเท่ากับครึ่งที่ได้รับการตรวจสอบโดยเจตนา ผู้สร้างได้รับคำสั่งข้อมูลจากเว็บไซต์แจ้งเตือนของ FDA เรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนออกวางตลาดเป็นรายการเสริมซึ่งเป็นสินค้าเมื่อ FDA รายงานการค้นพบการยึดติดทางเภสัชกรรมที่ไม่ได้รับอนุมัติในการปรับปรุง การปรับปรุงตำหนิหลายประการที่องค์การอาหารและยาได้ค้นพบในช่วงเวลาเก้าปีตามด้วย 146 องค์กร เหล่านี้พูดถึงเพียงส่วนน้อยของการปรับปรุงที่เป็นไปได้น่ากลัวที่มีอยู่

บทความนี้แสดงให้เห็นถึงการโฆษณาการเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาและควรให้ความสำคัญกับใครก็ตามที่กำลังคิดถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลดน้ำหนักการเพิ่มของกล้ามเนื้อหรือการลุกขึ้นยืน ยิ่งไปกว่านั้นคือบุคคลหลาย ๆ คน ส่วนใหญ่ของผู้ใหญ่ในสหรัฐรายงานการปรับปรุงโภชนาการซึ่งแสดงถึงอุตสาหกรรมมูลค่า 35 พันล้านดอลลาร์ การเพิ่มประสิทธิภาพของอาหารเป็นลักษณะขององค์การอาหารและยา (FDA) ในฐานะวิตามินสารธรรมชาติกรดอะมิโนที่กัดกร่อนหรือแร่ธาตุที่ไม่ได้นำมาเสนอเพื่อแก้ไขหรือรักษาความเจ็บป่วย รายงานล่าสุดพบว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานจะส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากถึง 23,000 รายต่อปีในสหรัฐฯทุกปี

กระดาษที่แจกจ่ายในวันนี้คือการตรวจสอบสิ่งที่สมมติว่ามีการเคลื่อนย้ายองค์การอาหารและยาได้ทำขึ้นเมื่อพบสารผิดกฎหมายในการปรับปรุง “การรักษาด้วยยาในการปรับปรุงคุณภาพอาหารเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุให้ผลกระทบจากการต่อต้านยาปฏิกริยาของแท้สามารถลดลงจากการใช้ผิดวิธีการล่วงละเมิดหรือการติดต่อสื่อสารกับใบสั่งแพทย์ที่แตกต่างกันสภาพสุขภาพที่ซ่อนอยู่หรือยาที่แตกต่างกันภายในการเสริมสร้าง” ผู้สร้างสรรค์ซึ่งรวม Jenna Tucker ของ กรมอาหารและการเกษตรของรัฐแคลิฟอร์เนีย, Madhur Kumar สาขาอาหารและยาของ California Public Department of Public Health และอื่น ๆ ส่วนใหญ่ของการปรับปรุง FDA ที่รู้จักว่าไม่ปลอดภัยยังคงมีอยู่ที่จะซื้อ

ผู้สร้างรายงานว่า adulterants ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากที่สุดที่ FDA พบในการปรับปรุงคือ sildenafil (nonexclusive Viagra), sibutramine (Meridia แบบเดิมสำหรับการลดน้ำหนักซึ่งมีการเชื่อมต่อกับการขยายความเสี่ยงของโรคหัวใจและโอกาสและถูกไล่ออกจากตลาดในหลายประเทศ) , และสเตียรอยด์ทางวิศวกรรมหรือการติดตั้งเตียรอยด์เหมือน พวกเขาพบว่าร้อยละ 20 ของรายการที่มีการปนเปื้อนของ FDA ในช่วง 2007 และ 2016 มีมากกว่าการแก้ไขที่ไม่อนุมัติ อันที่จริงแม้ต่อมาได้รับคำเตือนจากองค์การอาหารและยาแล้วสินค้าบางอย่างก็ยังขายอยู่ “นี่เป็นการรบกวนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่า FDA พร้อมที่จะทดสอบชิ้นส่วนที่สามารถเข้าถึงได้” รายงานฉบับนี้กล่าว

ที่ได้รับที่สำคัญของเหตุผลที่การตรวจสอบนี้มีความสำคัญมากและที่มันเหมาะกับการจัดประเภทของการทำงานในอันตรายของการปรับปรุงการเกษียณอายุร้านค้าในวันนี้: วิธีการที่องค์การอาหารและยานำสารอาหารเสริมไม่ทำงาน

“องค์การอาหารและยาไม่สามารถควบคุมตลาดนี้ได้” หัวหน้าผู้แทนหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ FDA Josh Sharfstein กล่าวก่อนหน้านี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน Sharfstein ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกอาวุโสที่ไม่ดีสำหรับสุขภาพทั่วไปที่ Johns Hopkins พิจารณาการตรวจสอบที่ดี แต่แจ้งเตือนต่อการตำหนิ FDA เนื่องจากความผิดหวังในการควบคุมธุรกิจได้อย่างเพียงพอ

“จนถึงจุดที่ FDA มีผู้เชี่ยวชาญมากขึ้นในการทำความเข้าใจว่ามีอะไรบ้าง” เขากล่าว “มันไม่น่าเป็นไปได้อย่างมากว่าพวกเขาจะได้รับพลังจากมันเป็นประจำ”

ถึงแม้ว่า FDA จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ควบคุมการจัดแสดงการปรับปรุง แต่กฎหมายที่มีอยู่จะช่วยให้สามารถดำเนินการได้ง่ายๆหลังจากที่อุปกรณ์เสริมได้เข้าชั้นเก็บของ ไม่เหมือนยาที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้สร้างอาหารเสริมไม่จำเป็นต้องยื่นขอการรับรองจาก FDA หรือขอความช่วยเหลือจากองค์การอาหารและยาก่อนที่จะนำเสนอสิ่งของเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าโดยปกติแล้ว FDA จะสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากที่ลูกค้าหรือแพทย์แจ้งเตือนให้มีการตอบสนองเชิงลบบางอย่างที่เกิดขึ้น Amy Eichner ที่ปรึกษาพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติดและอาหารเสริมที่สำนักงานต่อต้านยาสลบของสหรัฐกล่าวว่า “พวกเขาได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยมีการลาดตระเวนหลังการขายสินค้านับไม่ถ้วนซึ่งเป็นความพยายามที่จะเตือนคู่แข่งและบุคคลทางทหารของตน อันตรายของการปรับปรุงโภชนาการ Eichner ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ

Pieter Cohen ผู้เป็น internist ที่ Cambridge Health Alliance และเป็นหัวหน้าหลักในการปรับปรุงคัดค้านความคิดนี้ เขาแจกจ่ายบรรณาธิการควบคู่ไปกับรายงานฉบับปัจจุบันที่ทำให้องค์การอาหารและยา (FDA) ให้ความสำคัญกับภาระผูกพัน “ออฟฟิศไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากทุกอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายเพื่อขับไล่ความเสียหายทางเภสัชกรรมออกจากธุรกิจทำให้สุขภาพของผู้ซื้อตกอยู่ในอันตราย” เขากล่าว อุปกรณ์ที่เข้าถึงได้เหล่านี้ประกอบด้วยการออกประกาศแจ้งขอการตรวจสอบโดยเจตนาหรือต้องมีการตรวจสอบภาคบังคับ

สำนักงานได้สิ้นสุดลงเพื่อให้มีการแสดงความคิดเห็นที่มีผลบังคับในปี 2554 อย่างไรก็ตามทักเกอร์และหุ้นส่วนของเธอพบว่า FDA ไม่ได้ออกการตรวจสอบภาคบังคับโดยสันโดษในจุดนั้นและ 2016 (ความจริงก็คือองค์กรได้ออกความเห็นที่จำเป็นเพียงอย่างเดียว ของการเพิ่มประสิทธิภาพของอาหารในเดือนเมษายนของปีปัจจุบันนี้เทียบกับการเสริมสร้างความเป็นธรรมชาติที่ได้รับการปนเปื้อนด้วยเชื้อ Salmonella) เป็นเรื่องที่น่าตกใจและได้รับความจริงใจจากสารเคมีที่สำนักงานได้พบในการปรับปรุง ตัวอย่างเช่นทักเกอร์และผู้ร่วมสร้างรายงานว่า serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) ได้รับการค้นพบในยาเสพติดทางเพศหรือในคำอื่น ๆ เนื่องจาก SSRIs สามารถก่อให้เกิดความคิดที่ทำลายตนเองได้ในเยาวชนและเยาวชนที่โตขึ้นและสื่อสารกับ ยาแก้ปวดพื้นฐาน

เทียบเท่าที่ถูกต้องสำหรับ viagra ทั่วไปซึ่งมีสถานที่ที่มีชั้นของยาที่เรียกว่าตัวยับยั้ง PDE5 และสามารถให้ความร่วมมือกับไนเตรตในลักษณะเดียวกันความดันโลหิตสูงเภสัชกรรม การตรวจสอบพบว่าผู้ชายที่ใช้วิธีการเหล่านี้อาจหลีกเลี่ยง Viagra และแกว่งไปที่การปรับปรุงที่ปลูกในบ้านเป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัยมากขึ้นโดยไม่เข้าใจว่าการเพิ่มการขายที่มีใบสั่งแพทย์เป็นของตัวเองก็มีมากเกินไป

ดังนั้นด้วยเหตุผลอะไรบ้างที่ FDA ไม่ได้จัดทำบทวิจารณ์ที่จำเป็น? Cohen กล่าวว่านี่เป็นเรื่องของการกระจายทรัพย์สินและปัญหาของข้าราชการ โคเฮนกล่าวว่า “มันไม่สำคัญนักหรอก แต่นี่เป็นกิจกรรมของพวกเขาแน่นอนอาจใช้เวลาครึ่งเดือนในการทำสิ่งพิมพ์ แต่สวัสดีคุณเป็นสำนักงานด้านสุขภาพโดยทั่วไปแล้วนี่เป็นกิจกรรมของคุณ “คุณไม่สามารถระบุได้ว่า ‘พระเจ้าช่วยเราเราไม่ได้จัดการอาหารเสริม’ องค์การอาหารและยา (FDA) มีหน้าที่ในการรับประกันว่าการปรับปรุงดังกล่าวในสหรัฐฯได้รับความคุ้มครอง ”

Sharfstein กล่าวว่าในปัจจุบันนี้ทุกครั้งที่องค์กรสอบสวนการเพิ่มประสิทธิภาพที่เฉพาะเจาะจง นักวิจัยของ FDA ทดสอบการปรับปรุงและส่งรายงานของตนไปยังผู้อื่นใน FDA เพื่อดำเนินการตามสิ่งที่พวกเขาพบ รายงานฉบับนี้พบว่าการปรับปรุง 776 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เหล่านี้สังเกตเห็นว่าได้รับความเสียหายจากเภสัชภัณฑ์สำนักงานเปิดการแจ้งเตือนแบบเปิดรอบ 342 รายการปล่อยข่าวประมาณ 58 รายทำให้ผู้ซื้อรีเฟรชประมาณแปดรายโดยเตือนตัวอักษรเฉพาะสำหรับ บริษัท ประมาณเจ็ดรายและอีกหนึ่งข้อ การแนะนำของกระทรวงยุติธรรมสำหรับการตรวจสอบเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในทางอาญาที่เป็นไปได้

การปรับปรุงเพิ่มเติม 360 ชิ้นเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบจากผู้ผลิตของพวกเขาตามคำขอร้องของ FDA เป็นไปได้ว่าจะมีความชัดเจนว่า FDA ต้องการสอบถามอะไรเป็นจำนวนมากและไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายที่ปฏิเสธที่จะเสร็จสิ้น ในการประกาศองค์การอาหารและยาได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง: เมื่อตระหนักว่าการเพิ่มประสิทธิภาพประกอบด้วยเภสัชกรรมจะถือว่าเป็นยาซึ่ง FDA ไม่มีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน

การขาดข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญในเรื่องการปรับปรุงการควบคุมการควบคุมและการติดตั้งอันตรายของพวกเขา ประชากรทั่วไปไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดที่เป็นคณะกรรมการด้านบนเกี่ยวกับสารเคมีของตนและ FDA ไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดบ้างที่ถูกขายจนกว่าจะถึงเวลาที่พวกเขาอยู่บนชั้นวาง

Cohen สนับสนุนการรีเฟรชพระราชบัญญัติการเสริมสุขด้านอาหารและการศึกษาของปีพ. ศ. 2537 ซึ่งระบุว่าองค์การอาหารและยาสามารถคัดกรองธุรกิจได้อย่างไร เขาและ Sharfstein เห็นพ้องกันว่าการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างหนึ่งคือคาดว่า บริษัท ต่างๆจะขอรับอาหารเสริมก่อนที่จะขาย ด้วยวิธีนี้องค์การอาหารและยาจะเข้าใจสิ่งที่พร้อมจะซื้อและมีความสามารถในการรับผลิตภัณฑ์เสริมจากชั้นวางหากผู้ผลิตของพวกเขาละเลยที่จะลงทะเบียนพวกเขาเพื่อขับไล่ข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการทดสอบที่สูงเกินไปในอัตราไม่กี่กรณี Sharfstein มีข้อสังเกตบางอย่างเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเช่นนี้

“มันสำคัญสำหรับลูกค้าในการรับทราบว่า FDA สามารถทำอะไรได้บ้างในการขับไล่ของที่เสียหายออกจากตลาดหรือเพื่อให้องค์กรไม่แสวงหาผลประโยชน์จากการเสนอของที่ซื้อสินค้าผู้ซื้อต้องระมัดระวัง!” Eichner กล่าว

เมื่อใดก็ตามที่คุณเห็นการปรับปรุงเหล่านี้ด้วยชื่อที่น่ารื่นรมย์ในสายการเช็คเอาต์ของพื้นที่ใกล้เคียงหรือสถานีบริการน้ำมันของคุณให้พิจารณาอีกครั้ง ใครเข้าใจสิ่งที่แท้จริงในตัวเขา

Royal slot online

การศึกษาใหม่บอกว่า Viagra ช่วยให้มีการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ

มีบางครั้งในอุตสาหกรรมสุขภาพหลักฐานตามเมื่อรายงานที่เฉพาะเจาะจงไม่รอบและทำให้กรณีที่แข็งแกร่งของสารประกอบที่เฉพาะเจาะจงหรือยาที่เปิดออกมาจะเป็นความเชี่ยวชาญเป็นเตียรอยด์ anabolic androgenic เพื่อขยายกลุ่มหรือมีอิทธิพลต่อคนที่จะสูญเสียน้ำหนักตัว

HMB พิจารณาเป็นหนึ่งในการสอบสวนที่น่าสงสัยดังกล่าวซึ่งทำรอบปีที่ผ่านมา เจ็ดวันก่อนอื่นการตรวจสอบดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นไปด้านบนที่มันได้แสดงให้เห็นว่า Sildenafil ถูก touted เป็นอาจ anabolic เป็น 200 มก. ยิงของฮอร์โมนเพศชายสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ

Sildenafil คืออะไร? สารประกอบที่ใช้งานอยู่ในยาสีฟ้าที่เรารู้จักเป็น Viagra

Sildenafil-คืออะไร

ดังนั้น Viagra จึงมีศักยภาพมากพอ ๆ กับการฉีดฮอร์โมนเพศชาย 200 มก. ในการสร้างกล้ามเนื้อ? เมื่อใดก็ตามที่การตรวจสอบดังกล่าวทำให้รอบอยู่ในทุกกรณีจะดีกว่าการดำน้ำดูรายละเอียดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ที่จะคาดการณ์ก่อนที่คุณจะเริ่มเติมหรือใส่ทรัพยากรลงในอาหารเสริมหรือกล้ามเนื้อที่ช่วยได้

แม้ว่าการขัดขวางการผสมผสานโปรตีนจากกล้ามเนื้อมีความสำคัญเท่าที่ควรจะเห็นได้ชัดในตารางข้างต้นมีคำแนะนำสองข้อที่ทำให้สงสัยเกี่ยวกับการค้นพบของการตรวจสอบนี้

What-Is-Sildenafil

1. ตัวอย่างการวัดและระยะเวลาในการสอบ การตรวจสอบนี้มีผู้ชาย 11 คนและระยะเวลาในการตรวจสอบนั้นต้องใช้เวลาเพียง 15 วันโดยการรักษาด้วยปลอมเมื่อเทียบกับการดื่ม Viagra เพียงแค่ใช้เวลาปกติ 8 วัน

2. อายุปกติของผู้ชายในการสืบสวน อายุการเก็บรักษาปลอมมีอายุเฉลี่ย 44 ± 9 และการเก็บรวบรวมที่มี Sildenafil เท่ากับ 55 ± 11

3. Higher BMI and body fat ranges. The average BMI was 26.5 and the average body fat percentage was 30 to 33%.

4. The study only looked at mixed muscle protein synthesis. Not myofibril muscle protein synthesis where the actual answer would be found as to if Viagra does have any benefits in terms of muscle building.

5. You see similar increases in muscle protein synthesis on consumption of adequate protein alone.

Now when you put things into context, though the study shows some significant increases in muscle protein synthesis, a few questions need to be answered:

1. จะทำอย่างไรถ้ากลุ่มควบคุมมีการเปลี่ยนแปลง? มันจะเปลี่ยนผลกระทบของ Sildenafil?

2. จะทำอย่างไรถ้าคุณเปรียบเทียบการสังเคราะห์โปรตีนกล้ามเนื้อกับผู้ที่บริโภคโปรตีนเพียงอย่างเดียว?

3. ความสูงของการสังเคราะห์โปรตีนในกล้ามเนื้อนานเท่าใด? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเปรียบเทียบกับฮอร์โมนเพศชายเป็น testosterone spikes การสังเคราะห์โปรตีนกล้ามเนื้อเป็นเวลาหลายวัน

4. จะทำอย่างไรถ้าการศึกษานี้ถูกจำลองแบบในผู้ชายที่มีสุขภาพดีหรือดีกว่าคนที่ดูอาหารของพวกเขาและมีส่วนร่วมในการฝึกความต้านทานปกติเช่นกัน?

5. มีผลโดยตรงต่อการสังเคราะห์โปรตีนกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อหรือไมโตรบิลี

คำถามเหล่านี้ทั้งหมดต้องได้รับการตอบก่อนที่จะมีข้อสรุปใช่หรือไม่เช่นเดียวกับที่ Sildenafil ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้จริงหรือไม่?

และอีกครั้ง Viagra ได้รับการแสดงที่มีผลข้างเคียงบางอย่างเช่นกันซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบุคคลบาง

แม้ว่าการศึกษาจะแสดงข้อมูลที่มีแนวโน้มและเปิดประตูสำหรับการศึกษาที่ควบคุมได้มากขึ้นในบริเวณนี้หลักฐานในปัจจุบันไม่ได้ชี้ไปที่ประโยชน์ในแง่ของการเติบโตของกล้ามเนื้อ ดังนั้นยังไม่ได้ไป popping ยาก่อนการออกกำลังกายตามที่อาจหรืออาจจะไม่ได้รับการยืนยันผลประโยชน์ใด ๆ ต่อการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ แต่ก็สามารถนำไปสู่ช่วงเวลาที่น่าอึดอัดใจบางอย่างที่โรงยิม

เกิดอะไรขึ้นกับองคชาตของคุณเมื่อคุณใช้ Viagra

Viagra ได้รับการช่วยเหลือผู้ที่มีอวัยวะเพศรับ erections ตั้งแต่ปี 1998 ยาเม็ดสีฟ้าเล็กน้อยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะการรักษาความผิดปกติลุก แต่วิธีการที่จะทำงานจริง? Viagra (sildenafil) ทำงานในระดับเซลล์ ในระบบหลอดเลือด, cyclic neotide cGMP (cyclic guanosine monophosphate) ช่วยให้ผนังหลอดเลือดผ่อนคลาย หลอดเลือดจะขยายตัวและเลือดสามารถไหลได้ง่ายขึ้น การไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นคือสิ่งที่ทำให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นไปได้

ภายในร่างกายหลักขององคชาต (corpus cavernosum) มีเอนไซม์ที่เรียกว่า PDE5

อวัยวะเพศไม่จำเป็นต้องถูกยกขึ้นตลอดเวลาดังนั้น PDE5 จึงทำงานเพื่อทำลาย cGMP และลดการไหลเวียนของเลือดทำให้อวัยวะเพศแข็งกระด้าง

Viagra ทำหน้าที่เอนไซม์ PDE5 ยับยั้งและหยุดยั้งการทำลาย cGMP

ซึ่งหมายความว่าหลอดเลือดสามารถผ่อนคลายและขยายได้โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับ PDE5

เลือดสามารถวิ่งได้อย่างอิสระที่อวัยวะเพศชายทำให้มันยืนให้ความสนใจ

ผู้ผลิตของ Viagra ขอแนะนำให้ผู้ที่ใช้เวลารอสักครู่เพื่อให้ยาเสพติดบรรลุผลสูงสุด

อย่างไรก็ตามผู้ใช้บางรายสามารถรู้สึกถึงประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

นี่เป็นวิธีที่ยาเสพติดมีผลต่อร่างกายมากกว่า 24 ชั่วโมงตามที่ Superdrug’s Online Doctor

12 นาที
Viagra ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว

บางคนสามารถรับการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ภายในเวลาเพียง 12 นาทีหลังจากที่ได้รับยา แต่ไม่ชัดเจนว่านี่เป็นยา Viagra หรือผลของยาหลอก

27 นาที
แม้ว่าแพทย์จะแนะนำให้รอเวลาเต็มชั่วโมงเพื่อให้ผลของยาเสพติดปรากฏชัด แต่ก็อาจใช้เวลาไม่นานนัก

ผู้ชายส่วนใหญ่จะสามารถลุกได้ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

57 นาที
Viagra จะอยู่ที่ความเข้มข้นสูงสุดในเลือดหนึ่งชั่วโมงหลังจากการกลืนกิน นี่คือเวลาลุกขึ้นสูงสุด

4 ชั่วโมง
หลังจากผ่านไปสี่ชั่วโมง Viagra จะหายตัวไปครึ่งหนึ่งจากร่างกาย

แต่นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์อีกต่อไป แน่นอนว่ามันยังคงเป็นไปได้

10 ชั่วโมง
Viagra ทำงานภายในร่างกายแม้กระทั่ง 10 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยา

ผู้ชายบางคนยังคงสามารถรับรู้ได้ยากพอที่จะมีเซ็กซ์ทางเพศได้ แต่พวกเขาจะรักษาความแข็งตัวให้กับช่วงเวลาสั้น ๆ

24 ชั่วโมง
เมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงร่องรอยของยาเสพติดและผลกระทบทั้งหมดควรหายไปจากร่างกาย

ขอแนะนำให้คุณใช้เวลาไม่เกินหนึ่งครั้งภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง

วิธีการทำงาน Viagra
ยังได้รับผลกระทบจากอาหาร หากคุณทานยาเม็ดสีฟ้ากับอาหารอาจใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ยาเสพติดเข้าถึงความแรงสูงสุด นอกจากนี้ยังสามารถลดความเข้มข้นสูงสุดของ Viagra ในเลือดได้เกือบ 1 ในสาม หากคุณมีปัญหาในการรับหรือรักษาภาวะแข็งตัวของอวัยวะเพศโปรดจำไว้ว่านี่เป็นปัญหาทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อายุเกิน 40 ปีอย่างไรก็ตามก็มีผลกับคนหนุ่มสาวและความลำบากใจเกี่ยวกับปัญหานี้ไม่ควรหยุดการรักษา พูดคุยกับจีพีหรือลองใช้บริการให้คำปรึกษาทางออนไลน์ซึ่งคุณจะได้รับการประเมินจากระยะไกลและส่งยากลับบ้าน