ยาซิลเดนาฟิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาซิลเดนาฟิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้

  1. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับยารักษาโรคกระเพาะอาหาร เช่น ไซเมทิดีน (Cimetidine) หรือยาที่ใช้รักษาอาการป่วยจากโรคติดเชื้อเอชไอวี เช่น ไรโทนาเวีย (Ritonavir) อาจทำให้ความเข้มข้นของซิลเดนาฟิลเพิ่มมากขึ้นจนอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  2. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับยาลดความดันโลหิตกลุ่มแอลฟา บล็อกเกอร์ (Alpha-blocker) สามารถส่งผลให้เกิดความดันโลหิตต่ำได้ ควรเลี่ยงไม่ใช้ร่วมกันหรืออาจต้องปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคลไป
  3. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ห้ามรับประทานยาซิลเดนาฟิลพร้อมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ยาViagra

Viagraเป็นอีกหนึ่งยาที่หลายๆคนเลือกใช้ ไวอากร้าเป็นชื่อที่เรียกเพียงเครื่องหมายการค้า แต่อันที่จริงแล้วมีชื่อทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งยาชนิดนี้ออกฤทธิ์โดยกักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชาย ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย ให้ขยายตัวอยู่ได้นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น  จึงทำให้ผู้ชายสามารถเสร็จภารกิจได้รักร่วมเพศได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม

คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า viagra เป็นยาที่ควรรับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพราะจะช่วยให้ปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่อันที่จริงแล้ว viagraจะเหมาะสำหรับคนที่มีอารมณ์ทางเพศมากกว่า แต่ที่กินไปเพราะมีอวัยวะเพศนั้นแข็งตัวได้แปบเดียว การกินไวอากร้าไปเพื่อที่จะให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้นต่างหาก การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง  อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป ห้ามใช้ยา Viagra® ร่วมกับ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil (ไอซอร์ดิล) Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอรีน) เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้