วิธีการใช้ยาไวอากร้าไทย Sidegra ซิเดกร้าและ ผลข้างเคียงของการใช้ยา

ไวอากร้าถือเป็นยาที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับเพศชายซึ่งกลไกของการใช้ยานั้นเกิดมาจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายและอาศัยกรดไนตริกออกไซด์เพื่อช่วยในการขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงร่างกายให้มีความแข็งตัวและทำให้สำเร็จความใคร่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหลายควรนำตัวยานี้มาใช้เพื่อเสริมความมั่นใจและเพื่อแก้ปัญหาให้กับตัวเอง

 

 

ยาชนิดนี้สามารถใช้ได้ทุกเพศไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หากเกิดในผู้หญิงก็จะมีอาการที่ชัดเจนคือไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการได้ส่วน ถ้าเกิดในผู้ชายก็จะแสดงให้เห็นถึงอวัยวะเพศไม่แข็งตัวไม่สามารถที่จะทำให้ตนเองและตรงข้ามสำเร็จความใคร่ได้นอกจากนั้นก็อาจจะมีผลเสียคือการหลั่งเร็วมากเกินไปทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความไม่พึงพอใจนั่นเอง แล้วตัวยาชนิดนี้มีวิธีการใช้อย่างไรเพื่อใช้ให้ถูกหลักและถูกวิธี

วิธีการใช้ยาไวอากร้าไทย Sidegra ซิเดกร้า 

นั้นจากมีวิธีอยู่เพื่อให้การออกฤทธิ์ได้ประสิทธิผลที่ดีและใช้ได้อย่างปลอดภัยซึ่งวิธีการใช้นั้นสามารถที่จะอธิบายได้ดังนี้

  1. Sidegra 100 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับ “ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุไม่เกิน 60 ปี”
  2. Sidegra 50 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับ “ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เป็นต้น”
  • รับประทานยา ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 10-15 นาที
  •  ควรทานยาก่อน หรือ หลังอาหาร ประมาณ 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ
  •  หากท่านใดรับประยารักษาโรค เช่น เบาหวาน ให้เว้นระยะการทานยา อย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ
  •  ห้ามรับประทานยาร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลก์ฮอล เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นต้น

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

  1. ผู้ใช้ยาครั้งแรกอาจจะมีอาการ ปวดศีรษะเล็กน้อย มึนหัว และ ตาพร่าแสงแดดง่าย
  2. อาการปกติหลังทานยา แต่ไม่มีอันตรายใดๆ เช่น หัวใจเต้นเร็ว มีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อออกง่าย เป็นต้น
  3. อาการทั่ง 2 ข้อนี้ จะค่อยๆ หายเมื่อผ่านไปประมาณ 10 นาที ครับ

คำเตือนในการใช้ Sidegra

ลูกค้า และ ผู้ใช้ ทุกท่านโปรดอ่านคำเตือน และ ใช้ยาไวอากร้า ด้วยความระมัดระวัง ขอบคุณครับ

  1. ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ สตรีมีครรภ์ รับประทานโดยเด็ดขาด
  2. ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลก็ฮอล เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ โดยเด็ดขาด
  3. ห้ามรับประทานยา Sidegra ร่วมกับยารักษาโรค ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ
  4. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต เช่น ความดันสูง หัวใจ  ไต โลหิตจาง โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  5. หากพบอาการผิดปกติ (นอกเหนือจากที่แจ้ง) หลังใช้ยาตัวนี้ ให้หยุดใช้ และไปแพทย์โดยทันที

การทานยาไวอากร้า ขึ้นอยู่กับการควบคุมการดูแลของแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ชนิดนี้ได้จะต้องมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือไม่มีความสามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่รักได้ด้วยตนเองเพราะฉะนั้นยาที่คุณทานได้จะต้องเป็นยาที่ผ่านการสั่งจากแพทย์เท่านั้น

โดยวิธีการทานตัวอย่างมีหลายลักษณะและหลายขนาดซึ่งขนาดมาตรฐานจะอยู่ที่ 50 – 100 mg คุณจะต้องรับประทานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนการมีเพศสัมพันธ์และต้องรับประทานหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมงเพื่อ ไม่เกิดผลข้างเคียงที่ตามมา

 

 

ยาไวอากร้านั้นไม่ได้เกิด ปฏิกิริยาขึ้นทันทีแต่ จะทำให้คุณค่อยๆรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์กับคนที่คุณรักเรื่อยๆโดยไม่ต้องผ่านการเล้าโลมจากฝ่ายหญิงซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็จะมีผลมาจากตัวยาที่คุณรับประทานลงไปสิ่งที่คุณควรจะปฏิบัติหลังจากนี้คือการทำตัวให้สบายๆและเริ่มกิจกรรมของคุณให้สำเร็จลุล่วง เมื่อสำเร็จลุล่วงแล้วยาก็จะหมดฤทธิ์ ตามเวลาที่เป็นอยู่ บางคนอาจจะหมดฤทธิ์หลังจากการเสร็จกิจกรรมเลยหรือบางคนอาจจะใช้เวลานานกว่านั้นขึ้นอยู่กับผลข้างเคียงของแต่ละคน

หลังจากที่คุณทานยาไวอากร้าเข้าไปแล้วควรจะทำอย่างไรบ้าง เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่ยาออกฤทธิ์และ คุณเสร็จกิจแล้วให้คุณสังเกตตัวเองว่า มีอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่เกิดกับคุณหรือไม่ เช่น ปวดศีรษะ อาการร้อนวูบวาบหรือหน้าแดง มีอาการคล้ายจะคลื่นไส้ สายตาพร่ามัวคล้ายคนเป็นตาบอดสี หรือมองแสงสีฟ้าเป็นสีเขียว และที่สำคัญคืออวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไปหรือเปล่า หากมีอาการนั้นถือว่าเป็นผลข้างเคียงที่จะทำให้เกิดผลเสียได้ คุณควรหยุดยานี้ไปเลย

หากคุณประสบปัญหาหลังจากการใช้ยาไวอากร้าสิ่งแรกที่คุณจะต้องทำเลยนั่นคือต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อ สังเกตเหตุการณ์ที่ผิดปกติเพราะบางทีอาจจะเกิดจากการแพ้ หรือคุณอาจจะทานยาที่มีปริมาณมากเกินไปซึ่งทุกอย่างจะเป็นข้อเสียต่อการใช้ยาสิ่งที่คุณควรจะทำและแกล้งกันมากที่สุดคือการใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ใช่สามารถทานได้เท่าไหร่ก็ได้ เพราะสิ่งที่ตามมานั้นเป็นผลเสียและรุนแรงเป็นอย่างมากเพราะฉะนั้นหากคุณไม่สามารถที่จะช่วยให้ตัวเองนั้นมีความสุขกับคนที่คุณรักได้การหาตัวช่วยถือเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ควรที่จะ มีลิมิตในการใช้ด้วย เพื่อที่จะไม่ทำให้สุขภาพของคุณนั้นเสีย หรืออาจจะมีผลทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความใคร่ได้อีกเลย

ทำความรู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

     ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

     ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

     กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

     ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

     อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อย่าเข้าใจผิด เพราะต้องอาศัยการเล้าโลม และบรรยากาศที่เหมาะสมเช่นกัน

 

ชนิดของยาปลุกความคึก (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้  

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)

ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย

ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

 

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50

ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที  

 

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13

ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน  

 

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป

ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้

ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

     ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

 

รู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

 ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

 

 

     ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

     ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

     กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

     ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

     อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อย่าเข้าใจผิด เพราะต้องอาศัยการเล้าโลม และบรรยากาศที่เหมาะสมเช่นกัน

 

 

ชนิดของยาปลุกความคึก (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้  

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)

ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย

ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

 

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50

ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที  

 

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13

ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน  

 

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป

ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้

ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

     ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

 

ผู้หญิงใช้ยาไวอากร้าได้ไหม

     สำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติทางเพศ งานวิจัยพบว่า การใช้ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ไม่ได้ผลชัดเจน ไม่เพิ่มความต้องการทางเพศ แต่ได้ผลในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดจากการใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม SSRI คนกลุ่มนี้รายงานว่าการใช้ไวอากร้าทำให้ถึงจุดสุดยอดและมีความสุขมากขึ้น

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ยา‎ไวอากร้า‬ (‎Viagra‬)

ยากลุ่ม  PDE-5 inhibitors เจอชื่อนี้หลายคนคงบ่นว่าใครจะไปรู้จักยาแบบนี้ แต่หากยกตัวอย่างยาที่โด่งดังที่สุดในกลุ่มนี้ ทุกคนน่าจะร้องอ๋อ นั่นก็คือ ยาไวอากร้า นั่นเอง 

 

 

 

 

ยาในกลุ่มนี้ยังมียาตัวอื่น ๆ อีกหลายตัวที่ออกฤทธิ์เหมือนกัน เช่น Vardenafil และ Tadalafil เป็นต้น แต่ความโด่งดัง คุ้นเคยของคนทั่วไปแพ้ไวอากร้าชนิดสู้กันไม่ได้เลยทีเดียว

ยาในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการเพิ่มการไหลของเลือดเข้าไปในองคชาต มีผลทำให้น้องชายแข็งตัวขึ้น!!! แต่สิ่งที่มักเข้าใจผิดมีดังนี้ 

1.กินไวอากร้าแล้วเพิ่มความต้องการทางเพศ จริงหรือ ?

คำตอบคือ “ไม่จริง” จะเห็นว่าจากฤทธิ์ของยา ตัวยาไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศ เพียงแต่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว ดังนั้นจึงใช้ไม่ได้ในกรณีที่เจ้าตัวไม่ได้มีความต้องการทางเพศ  รวมถึงใช้ไม่ได้ผลในกรณีของการหลั่งเร็ว ใช้ได้ผลเฉพาะแต่ในกรณีของ”นกเขาไม่ขัน”  เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงพบว่าหลายครั้งที่มีคนไปซื้อยามากินเพราะเข้าใจผิดคิดว่ายานี้แก้มันได้ทุกอย่าง

2.ถ้าใช้ไวอากร้าในผู้หญิงจะเป็นยังไง ? เสียวนานใช่หรือเปล่า

คำตอบ พบยามีผลเพิ่มการหล่อลื่นในช่องคลอดเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศเช่นกัน

ผลข้างเคียงของยาไวอากร้า

1.ผลข้างเคียงทางตา ทำให้มองเห็นสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียว สีฟ้า ไปทุกอย่าง หรือทำให้ตาบอดถาวรได้

2.ปวดศรีษะรุนแรง

3.หัวใจเต้นผิดจังหวะ

4. อาการเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ

6.อาการความดนัโลหติสูง

7. อาการข้างเคียง อื่นๆ ปัสสาวะขัดหรืออาจท าให้เกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบได้เลย หน้ามืด เหมือนจะเป็ นลม หรือคลื่นไส้อาเจียน ตาพร่ามัวได้

 

 

ข้อห้ามใช้อันตรายมากหากฝืน

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยากเอาเตือน เพราะเวลาซื้อตามเวป ส่วนใหญ่จะไม่ได้บอกว่าห้ามใช้กรณีไหนซึ่งอันตรายมาก ยาไวอากร้าห้ามใช้เด็ดขาดในผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มไนเตรท (organic nitrates) เช่น ยา Isordil (ยาโรคหัวใจ) เพราะยาจะมีปฏิกิริยาต่อกันทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรงจนอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ รวมถึงต้องระวังในผู้ที่ใช้ยาลดความดันตัวอื่น รวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ที่เป็นโรคตับรุนแรงด้วยผลข้างเคียงของยาไวอากร้ามีอะไรได้บ้าง ที่พบได้บ่อยได้แก่ ปวดหัว หน้าแดง ปวดท้อง รู้อย่างนี้แล้ว คุณผู้ชายทั้งหลายโปรดใช้อย่างระมัดระวังและเข้าใจเสียใหม่นะคะ

ผลเสียของการใช้ Viagra

ผลเสียจากการใช้ยาหรืออาหารเสริมอย่าง Viagra ถ้าใช้มากเกินไปจะทำให้หัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองและจำนวนเงินที่ไม่มี CPR หรือความช่วยเหลือทางการแพทย์อื่นๆ จะช่วยคุณจากนี้ที่ Pharmacy โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณชอบทดลองใช้ยาเสพติดที่ผิดกฎหมายเช่นความปีติยินดี มีการสร้างใหม่น่ารำคาญซึ่งน่าเสียดายที่กำลังได้รับความนิยมเรียกว่า sestasia ซึ่งเป็นส่วนผสมของความปีติยินดีด้วย Viagra เพื่อทำให้เป็นหนึ่งในยาเสพติดที่ร้ายกาจที่สุด

 

 

แม้ว่า Viagra จะเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่ “มาตรฐาน” เช่นปวดศีรษะแดงปวดท้องปวดท้องและมีการคั่งในทางเดินจมูกผู้ที่รู้สึกโดดเดี่ยวก็คือคนที่มีผลต่อความรู้สึกพื้นฐาน 5 ประการของเรา การสูญเสียการมองเห็นเป็นเรื่องที่น่าหนักใจและไม่ค่อยมีอยู่เท่าที่จะมีผลข้างเคียง นี้อาจจะเป็นหนึ่งในที่พบมากที่สุด การสูญเสียวิสัยทัศน์ของ Viagra บางครั้งอาจเป็นที่ไม่พึงประสงค์เช่นวิสัยทัศน์เปลี่ยนแปลงชั่วคราววิสัยทัศน์เบลอความไวต่อแสงหรือแม้กระทั่งว่าทุกอย่างเป็นสีฟ้า บางครั้งก็อาจจะรุนแรงมากขึ้น ในปีพศ. 2548 เอฟดีเอระบุว่าไวอากร้าอาจทำให้เสียวิสัยทัศน์ได้อย่างถาวรและกำหนดให้ผู้ผลิตทั้งหมดของ sildenafil ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ใน Viagra ส่งคำเตือนที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ของยาเพื่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงนี้ ใช่คุณจะกลายเป็นคนตาบอดด้วย ไวอะกร้า โดยปกติแล้วสิ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คุณตื่นขึ้นมาในตอนเช้าคุณจะสังเกตได้ว่าดวงตาเพียงดวงตามีแนวโน้มที่จะกลายเป็นคนตาบอดซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าคนตาบอดจะตาบอดในภายหลัง

ดังนั้นถ้าการตาบอดไม่เพียงพอความวิตกกังวลคุณก็สามารถแม้แต่จะสูญเสียการได้ยินของคุณ ปัญหาใหญ่คือโดยปกติเมื่อคุณเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นหรือปัญหาการได้ยินจะมีอาการปวดเล็กน้อยซึ่งจะเปิดโอกาสให้คุณปรึกษาแพทย์และอาจแก้ไขปัญหาดังกล่าว กับ ไวอะกร้าผลข้างเคียงเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นโดยไม่มีอาการปวดเพียงสมบูรณ์สูญเสียการได้ยิน เมื่อคุณรู้สึกว่าคนตาบอดคุณรู้สึกว่าความรู้สึกอื่นๆ ของพวกเขากลายเป็นความตื่นตัวมากขึ้นเพื่อชดเชยการสูญเสียการมองเห็น แต่ถ้าคุณสูญเสียการได้ยินและวิสัยทัศน์ของคุณ? คุณภาพชีวิตที่คุณคาดหวังได้คืออะไร?

ดังนั้นเราจึงเอาชนะผลข้างเคียงไม่ได้ใช่มั้ย? ไม่ถูกต้อง! หากคุณสูญเสียวิสัยทัศน์ของคุณไม่ได้เลวร้ายและการติดขัดไม่ได้ทำให้ตกใจคุณ แต่สิ่งที่เกี่ยวกับความจริงที่ว่า Viagra อาจทำให้เกิดการโจมตีหัวใจและจังหวะแม้ว่าคุณจะใช้ยาที่ถูกต้อง? อ่านอาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้ดีแม้ว่าคุณจะรับประทานยาที่ถูกต้องก็ตาม นอกจากผลข้างเคียงที่เป็นไปได้ Priapism เกิดขึ้นเมื่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นเวลานานกว่าสี่ชั่วโมงและอาจนำไปสู่ความจริงที่ว่าอวัยวะเพศชายของคุณจะกลายเป็นความผิดปกติอย่างถาวรหากไม่สามารถจัดการได้

ดังนั้นให้จบรายการผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่เป็นไปได้ก่อนที่จะดำเนินการกับสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้และแม้แต่ทางเลือกอื่นในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้นนอกเหนือจากผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ดังกล่าวข้างต้นคุณยังสามารถคาดหวังความเป็นไปได้ของความดันโลหิตสูงที่แข็งแกร่งความดันตาซึ่งอาจจะเจ็บปวดมากและไม่สม่ำเสมอหัวใจ

ดังนั้นตอนนี้คุณอยู่ที่นี่แล้วคุณจะสงสัยว่าทำไมโลกถึงทำสิ่งที่แย่มากจนได้รับการอนุมัติจาก FDA ในความเป็นจริง Viagra เป็นเพียงยาตามใบสั่งแพทย์และควรให้แพทย์ตรวจสอบก่อนกำหนดยาเหล่านี้อย่างไรก็ตามหลายครั้งที่คนสั่งซื้อยาเม็ดจากอินเทอร์เน็ตมักจะกรอกแบบสอบถามที่เรียบง่ายซึ่งจะไม่ครอบคลุมหลายด้านเหล่านี้ ผลกระทบ ถ้าคุณได้รับ Viagra จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากแพทย์ของคุณคุณจะเสี่ยงต่อการทรมานจากผลข้างเคียงเหล่านี้

 

5 เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้ เกี่ยวกับไวอาก้า

“ไม่มีแรง หด ถดถอย นกเขาไม่ขัน ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ถ้าท่านใช้ ไวอาก้า !!” หลายคนคงจะเคยเห็นโฆษณาแนวๆ นี้ผ่านตามาบ้างแน่นอน โดยทุกคนก็จะคิดไปเลย ไวอากร้าคือประเภทของยาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้น้องชายแข็งแรงปึ๋งปั๋ง แต่ความจริงนั้นจะเป็นอย่างไร เราไปอ่านพร้อมๆ กันเลย

 

 

1.ไวอากร้า คือชื่อยี่ห้อ

ไวอากร้า (Viagra®) เป็นขื่อทางการค้าที่ได้รับการจดบริษัท และลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสินค้าจะประเทศอเมริกา ถือว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่ผลิตยานี้ขึ้นมา ทำให้คนเรียกกันติดปากว่า ไวอากร้า ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม (เหมือนที่เราเรียกมาม่านั่นแหละ) โดยไวอากร้าเป็นยาที่ออกฤทธิ์เพื่อไปควบคุมการทำงานของอวัยวะเพศ ให้ทำงานเต็มกำลังแบบชั่วคราว ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้นั่นเอง

 

2.ไวอากร้ามีผลข้างเคียง

ไวอากร้าเป็นยาที่ใช้ในการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ซึ่งก็จะทำการขยายรูปร่างน้องชายให้ใหญ่ขึ้น และทำงานได้นานขึ้น แต่ก็จะส่งผลเสียตรงที่ว่า จะเกิดความรู้สึกแปลกๆในระหว่างที่มีเซ็กซ์อยู่ โดยส่วนมากจะเป็น ปวดหัวทึม หน้าแดง คลื่นไส้ หน้ามือ อาเจียน มองท้อฟ้าเป็นสีเหลืองเขียว ซึ่งนี่ก็เป็นผลข้างเคียงที่เกิดจาการใช้ยาจนเกินขนาด ซึ่งถ้าใช้ติดต่อกันนานเกินไป ก็สามารถเสียชีวิตได้

 

3.ไวอากร้า ไม่ได้ช่วยเพิ่มฮอร์โมน

จริงอยู่ที่ไวอากร้า จะช่วยเพิ่มการทำงานของอวัยวะเพศ แต่ก็จะมีผู้ขายเห็นแก่ตัวบางคนที่บอกข้อมูลว่า ไวอากร้าสามารถไปเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ ซึ่งที่จริงแล้ว ไวอากร้าไม่มีสารกระตุ้นในการเพิ่มฮอร์โมนใดๆ ในร่างกายทั้งนั้น เพียงแค่ทำให้อวัยวะเพศใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง โดยถ้าใครอยากมีอวัยวะเพศที่แข็งแรง ทนทาน พร้อมเรียกใช้งาน ก็แนะนำว่าให้เลือกใช้สมุนไพรจะดีกว่า

 

4.กินเหล้า กินเบียร์ จะไปทำลายไวอาการ้า ที่กินเข้าไปจริงหรือ

อาจจะฟังดูแปลก แต่นี่ก็มีงานวิจัยออกมาเลย โดยที่ได้ทดลองให้หนุ่มแบ่งออกเป็นหลายๆกลุ่ม โดยจะมีดื่มแอลกอฮอล์ และกินไวอากร้า ดื่มแอลกอฮอล์และไม่กินไวอากร้า ดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อย และกินไวอาการ้า และไม่ดื่ม รวมทั้งไม่กินไวอากร้า โดยจะไปทำการทดลองว่าจะได้ผลเป็นอย่างไร โดยกลุ่มที่กินไวอากร้า และดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อย เป็นกลุ่มที่ได้คะแนนเซ็กซ์มากที่สุด ดังนั้นปัญหานี้จึงยังไม่กระจ่างว่า แอลกอฮอล์มีผลกับยาเพิ่มขนาดจริงหรือไม่

 

5.แบรนด์ยาเพิ่มขนาด ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ไวอากร้าแล้ว

ตอนนี้บอกเลยว่ายาเพิ่มขนาดท่านชาย มีหลากหลายยี่ห้อมาก มีทั้งที่เป็นสูตรคล้ายๆกับไวอากร้า และสูตรปรับปรุงใหม่ รวมทั้งสูตรที่ใช้สมุนไพรเข้ามาร่วมด้วย แต่สิ่งที่สำคัญคือ ถึงแม้การใช้ยาจะช่วยทำให้มีเซ็กซ์สนุกขึ้น แต่มันก็มีความเสี่ยงสูงมากๆ เช่นกัน ดังนั้นควรตรวจสุขภาพให้ดีก่อนใช้ยา

 

 

 

 

 

ยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีผลข้างเคียงที่รุนแรงได้

ในเดือนนี้ในข่าวยาที่แปลกประหลาดคนที่อยู่ในนครนิวยอร์กปัจจุบันอยู่ตลอดเวลาเห็นสีแดงในการปลุกของการกินยาเกินขนาดในการแก้ปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ คุณได้ยินมาว่าถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญแจกจ่ายการทดลองชาย 31 ปีเพื่อรายงานสถานการณ์ในกรณีม่านตาในเดือนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับ sildenafil การตรึงแบบไดนามิกในไวอากร้าผ่านเว็บและหลังจากนั้นก็ดื่มเหล้าองุ่นจากภาชนะ โลกนี้ดูแดงเป็นประกายมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ในตอนที่ผู้เชี่ยวชาญกรองดวงตาของเขาพวกเขาพบว่ายานั้นทำอันตรายต่อจอประสาทตาภายนอกและเซลล์กรวยในดวงตาของเขาซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาจางหายไป

ผลกระทบจากการปรับเฉดสีไม่ได้เป็นไปตามจินตนาการที่น่าประหลาดใจใด ๆ เนื่องจากยาเหล่านี้เคยมีผลต่อเซลล์และเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดเรตินา ทำไมการแรเงาสีแดงถึงกระนั้นก็ยังมีหมอก แต่การวิเคราะห์ตามบริบทก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับอิทธิพลที่ไม่เหมือนภาพซึ่งรวมถึงการดูสีฟ้าก่อนหน้านี้

ช่วงปลายปีโปรโมชั่นเกี่ยวกับโครงรถรางขนส่งและออนไลน์ประสบความสำเร็จในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเรียนรู้ด้วยไฟฟ้า พืชที่มีร่องรอยของทะเลทราย Blurbs ต้องการ Viagraไม่ได้เป็นเพียงสำหรับผู้ชายที่มีประสบการณ์มากเท่านั้น นี่เป็นความจริงที่ว่าสิทธิบัตร sildenafil ได้ยุติลงในปีพ. ศ. 2555 โดยอนุญาตให้องค์กรอื่นที่ไม่ใช่ Pfizer (ผู้สร้างที่ไม่ซ้ำกันของ Viagra)เริ่มให้บริการและโปรโมตยาซึ่งลดราคาสติกเกอร์ที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก บริษัท ใหม่ของ บริษัท สุขภาพใหม่และเว็บไซต์ที่มีส่วนลดร่มรื่นและแผนการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุเหมือนกันส่วนใหญ่จะได้รับในการผัน ED

ในขณะที่เห็นสีแดงตลอดไปเป็นแบบอย่างที่ชั่วร้ายจะเติมในการปรับปรุงที่ดีว่ายาเพื่อรักษาความลุกไม่ได้ลุกเป็นเพียงคนที่ใช้ในการรักษาสภาพการรักษาของแท้ที่ถ่ายทอดอาการของแท้ แท้จริงแล้วแม้ บริษัท เว็บใหม่ ๆ เช่น For Hims ซึ่งเป็นองค์กรที่รับผิดชอบโฆษณาโฆษณาเกี่ยวกับลำคอลึงค์ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ที่มีอิทธิพลต่อ ED เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในขั้นตอนการประชุมทางวิชาการออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีก่อนที่จะได้รับยา เป็นไปได้ว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกอึดอัดใจที่จะพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสภาพเช่นนี้แม้ว่าจะมีเจตนาที่จะละเว้นจากการทำเช่นนี้เป็นระยะเวลานานเจสซีมิลล์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะซึ่งมีประสบการณ์ในด้านสุขภาพทางเพศของผู้ชายกล่าว ยูซีแอล

การได้รับ sildenafil บางส่วนด้วยความระมัดระวังบนเว็บและไม่ต้องสังเกตเอกสารอย่างใกล้ชิดและส่วนบุคคลจากเว็บไซต์ที่ไม่ได้สอบถามใด ๆ ดูเหมือนจะมีส่วนร่วมอย่างมาก ในกรณีใด ๆ ยาที่รักษาสภาพนี้เป็นทางยาวจากที่น่ารัก นี่คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญของคุณจะแจ้งให้คุณทราบว่าคุณเห็นพวกเขาสำหรับ ED หรือไม่และทำไมคุณถึงควรพยายามดู MD ของคุณในทุกกรณี

Viagra และ Cialis ทำงานได้ดีเพียงใด?

อนุญาตให้กระจายการศึกษาของการรับหรือไม่ได้รับการลุกก่อน

ชั้นของเซลล์เยื่อบุผนังเซลล์ภายในขนและเส้นเลือดในร่างกายช่วยควบคุมสิ่งที่เคลื่อนที่ไปทั่วระบบไหลเวียนโลหิต ในบรรดาความสามารถจำนวนมากโทรศัพท์เหล่านี้จะปล่อยไนตรัสออกไซด์ (NO) ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อในตัวแบ่งหลอดเลือดคลายและลดลงชีพจร การปล่อย NO และกล้ามเนื้อหดตัวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ชายที่จะได้รับการแข็งตัว Jesse Mills ผู้ช่วยในการวางระบบทางเดินปัสสาวะเป็นตัวแทนผู้มีอำนาจในด้านสุขภาพทางเพศของผู้ชายที่ UCLA กล่าว

ภายใต้เงื่อนไขธรรมดา eEnzymes เรียกว่า phosphodiesterases (PDE) หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า NO เป็นไปได้ตามโอกาสที่ใครบางคนมี ED การสลายเซลล์ endothelial ของพวกเขาดังนั้นพวกเขาจึงไม่ให้เท่า NO และตัวเร่งปฏิกิริยาเหล่านี้อย่างรวดเร็วกินสิ่งที่ NO NO เซลล์ endothelial สร้าง

Sildenafil, การตรึงแบบไดนามิกใน Viagraและ tadalafil, การตรึงแบบไดนามิกใน Cialis ทั้งสองทำให้ตัวเร่งปฏิกิริยาจากการทำเช่นนี้ดังนั้นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ NO ร่างกายสร้างแท่งรอบอีกต่อไปทำให้การลุกขึ้นได้ พืชเปรียบเทียบการใช้ Viagra เพื่อหยุดอ่างที่มีข้อบกพร่อง กับยาเสพติดที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่แนบมาวัดขนาดเล็กของ NO สามารถปิดด้านบน “อ่าง” ของร่างกายสำหรับระยะเวลาสั้น ๆ

เป็นที่มันอาจมีปฏิกิริยาอย่างต่อเนื่อง?

การแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อองคชาตเท่านั้น เช่นเดียวกับเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกโปรตีน PD มีอยู่ทั่วร่างกายตั้งแต่อวัยวะเพศไปจนถึงหัวใจกล้ามเนื้อและดวงตา มีสารพันธุกรรมอยู่ 11 ชนิดกล่าวคือ Mills และ Viagra และยาเปรียบเทียบไม่ได้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเฉพาะกับการแข็งตัวของอวัยวะภายใน “พวกเขาเป็นช่างฝีมือหนักมากขึ้น” Mills ชี้แจง ดังนั้นยารักษา NO take-up ในส่วนต่างๆของร่างกายเป็นอย่างดีเปิดใช้งานอาการ

ในแง่ของชนิดของโปรตีนที่ยาเสพติดที่โดดเด่นมุ่งเน้นไปที่อาการส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องโดยทั่วไปกับ Viagra มีวิสัยทัศน์สีฟ้าอ่อนและการอุดตันไซนัสมิลส์กล่าวว่า ด้วย Cialis ความทุกข์ทรมานของกล้ามเนื้อและกรดไหลย้อน คนบางคนได้รับอิทธิพลจากอาการดังกล่าวพวกเขาไม่สามารถใช้ยาได้ด้วยจินตนาการใด ๆ Mills กล่าว

ยาเหล่านี้สามารถติดต่อกับยาต่างๆได้อย่างปลอดภัย ไนเตรตยารักษาภาวะความดันโลหิตสูงช่วยเพิ่มกระแสเลือดและคลายเส้นเลือดขึ้น ในตอนที่เข้าร่วมกับใบสั่งยาแบบหย่อนสมรรถภาพทางเพศยาเหล่านี้อาจทำให้พัลส์ตกสู่ระดับที่ต่ำจนน่ากลัว นี้อาจทำให้เกิดความว้าวุ่นใจ, swooning แม้แต่ผ่าน

ฉันต้องการจริงๆ Viagra?

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Mills ได้เห็นการขยายตัวของจำนวนหนุ่มสาวที่ไปฝึกอบรมของเขาเน้นไปที่ ED และทั่วประเทศเขากล่าวว่ามีการกระโดดอย่างต่อเนื่องในปริมาณของผู้ชายระหว่างอายุ 18 และ 40 ตัวเองรายละเอียดที่พวกเขามี ED . เขาร่วมกับชายจำนวนมากเหล่านี้เผชิญหน้ากับ “ความอ่อนแออย่างอ่อนโยนต่อความล้มเหลวเล็กน้อย” เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาเห็นการแข็งตัวของอวัยวะเพศไม่อยู่ในระดับเดียวกันกับที่เคยเป็นหรือไม่สามารถประสานความปรารถนาที่ชัดเจนได้ ในขณะที่จำนวนมากของคนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในอันตรายจากการแนะนำผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดของ ED meds กล่าวว่าโรงสีความต้องการของพวกเขาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับรู้และวิถีชีวิตไม่จำเป็นต้องบูรณะ

ในความเป็นจริงทั้งหมด ED ค่อนข้างปกติ เมื่อชายอายุ 25 ปีระดับของ NO circling ในเลือดลดลงมิลส์กล่าวว่า “นี่เป็นขั้นตอนหลักของการสุก” ระดับไม่ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เภสัชกรรมเป็นเพียงวิธีเดียวในการจัดการกับการย้ายอินทรีย์นี้และโดยทั่วไปแล้วจะไม่ดีหรือดีที่สุด

ความผิดปกติเกี่ยวกับการลุกลามของจิตเช่นควรได้รับการรักษาโดยการรักษา “ในกรณีที่คุณตื่นนอนในตอนเช้าพร้อมกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายเมื่อคุณมีส่วนร่วมในการมีเพศสัมพันธ์คุณจะไม่สามารถรับได้ในขณะนี้ฉันจะกังวลกับคำแนะนำทางจิตและให้คำปรึกษาเรื่องเพศ” Mills กล่าว

อีกครั้งด้วยเหตุผลว่าเซลล์ endothelial เหล่านี้สามารถพบได้ทุกที่ในร่างกายสภาพความเป็นอยู่ที่ดีที่สามารถรบกวนพวกมันสามารถเพิ่มไปยัง ED ได้ ซึ่งรวมเอาการสูบบุหรี่การยกระดับคอเลสเตอรอลความอิ่มเอิบและโรคเบาหวานมิลส์กล่าว ความเครียดและการใช้สุราอาจส่งผลต่อการดำเนินการด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ “ในเซตย่อยของผู้ชาย ED เป็นนกขมิ้นในเหมืองถ่านหิน” สำหรับปัญหาทางการแพทย์อื่น ๆ

สำหรับผู้ชายที่มีอาการเหล่านี้การเปลี่ยนแปลงของชีวิตสามารถไปไกลถึงการรักษาความล่มสลายของอวัยวะเพศได้ Mills กล่าว อันที่จริงแม้แอนดรู Dudum ผู้จัดและซีอีโอของการเริ่มต้นสุขภาพที่ดีสำหรับบุรุษสำหรับ Hims (ในข้อหาโปรโมชั่นฟลอราลิสิกส์ลอรีแอล) กล่าวว่าในส่วนที่เกี่ยวกับ 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชายที่มองหา ED ช่วยให้ผ่าน For Hims ไม่ได้จริงๆ รับ sildenafil และผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาในเว็บไซต์จะแนะนำการรักษาหรือการเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่

Takeaway: คุณไม่จำเป็นต้องสูญเสียการมองเห็นการแรเงาของคุณสำหรับคืนหนึ่งของความอิ่มอกอิ่มใจ “การทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อหัวใจของคุณจะกลายเป็นประโยชน์สำหรับอวัยวะเพศของคุณ” มิลส์กล่าว

อาการแพ้ยาไวอากร้า

คุณเคยทานยาแล้วรู้สึกแพ้หรือไม่? อาการแพ้ยานั้นไม่ได้เกิดกับทุกคนแต่ก็จะเกิดกับคนที่ มีภูมิต้านทานต่ำหรือ ร่างกาย ไม่ตอบสนองต่อยาชนิดนั้นจึงทำให้เกิดอาการแพ้ยาขึ้นมาซึ่งการแพ้ยานั้นไม่ได้เกิดกับยาปฏิชีวนะทั่วไปแต่ก็เกิดกับยาที่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางเพศได้อีกด้วยซึ่งยาชนิดนั้นก็คือยาไวอากร้า

คุณเคยสงสัยไหมว่า จะมีคนแพ้ยาไวอากร้าซึ่งความจริงแล้วอาการแพ้นั้นก็จะเกิดได้เช่นเดียวกัน เพราะยาทุกตัวย่อมมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นตามมาถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ยาไวอากร้าแล้วรู้สึก มีอาการดังต่อไปนี้เราขอแนะนำให้คุณหยุดใช้ทันที

อาการแพ้ยาไวอากร้ามีอะไรบ้าง? แน่นอนว่าเมื่อ ผู้ที่ใช้ยาเกิดอาการข้างเคียงเขามักจะรู้ว่า เขาได้ทำอะไรลงไป เพราะน้อยคนมากที่จะเกิดอาการข้างเคียงกับยาชนิดนี้เว้นเสียแต่ว่าเขาจะแพ้ยาหรืออาจจะมีโรคประจำตัวและอาจจะใช้ยาเกินขนาดนั้นเอง ซึ่งอาการของคนที่แพ้ยาชนิดนี้นั้น จะมีดังต่อไปนี้

1. อาการหูอื้อ อาการนี้ไม่ได้เกิดบ่อยกับทุกคนเพราะถ้าหากเป็นสาเหตุของการทานยาไวอากร้าแล้วเกิดหูอื้อนั้นแสดงว่า ร่างกายคุณกำลังได้รับอันตรายแล้วเพราะปัญหาที่เกิดจากอาการหูอื้อเฉียบพลันนั้นเกิดขึ้นจากการที่ คุณแพ้ยาไวอากร้าและ อาจจะทานยาเกินขนาดสิ่งที่คุณต้องทำ คือต้องรีบ พบแพทย์ทันที

2. อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นข้อดีที่อวัยวะเพศสามารถแข็งตัวได้นานเช่นนี้แต่ถ้าหากอวัยวะเพศแข็งตัวติดต่อนั้นเกินกว่า 4 ชั่วโมงแสดงว่า ร่างกายของคุณมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นแล้วเพราะฉะนั้นให้คุณรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพราะถ้าหากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็วก็จะทำให้อาการแข็งตัวนั้นทำลายอวัยวะเพศของคุณ ไม่ให้แข็งตัวได้อีกเลย ถึงแม้ว่าคุณจะทานยาชนิดนี้ในอนาคตต่อก็ตามเพราะฉะนั้นหากมีปัญหาดังกล่าวให้รีบพบแพทย์ทันทีเพื่อที่จะหาทางแก้ไข

3. อาการตาพร่ามัว หากคุณทานยาไวอากร้าวแล้วเกิดว่า ดวงตาของคุณนั้นเริ่มสร้างหมวกนั่นหมายความว่าจะเกิดอันตรายกับดวงตาของคุณได้หากคุณใช้ปริมาณยาที่เกินขนาดเพราะ เมื่อ ควรใช้ยาที่มากเกินความจำเป็นก็จะเกิดการแพ้ยาและทำให้สายตาของคุณนั้นเริ่มพร่ามัวหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะเกิดปัญหารุนแรงกับดวงตาของคุณได้

4. วิงเวียนศีรษะ หากคุณเกิดอาการวิงเวียนศีรษะหลังจากที่ได้ทานยาไวอากร้าไปแล้วซึ่งเหตุการณ์นี้มักจะเกิดมากที่สุด เพราะ เมื่อคุณรับประทานยาในปริมาณที่มากเกินไปสมองจะสั่งการ โดยการทำปฏิกิริยาต่อต้านทำให้คุณรู้สึกวิงเวียนศีรษะนั่นก็เป็นเพราะอาการแพ้ยาที่คุณทานยาอย่างต่อเนื่องเกินไปเพราะฉะนั้นคุณจะต้องรีบเข้าการรักษาอย่างโดยด่วนและอาจจะต้องหยุดยาชนิดนี้ไปอีกนาน

จากผลกระทบของอาการแพ้ยาดังกล่าว ทำให้ใครหลายคนอาจจะรู้สึกว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นทำไมถึงรุนแรง ความจริงแล้วผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่อาการชั่วขณะเท่านั้นหากคุณไม่รีบเข้ารักษา หรือเข้าพบแพทย์อย่างโดยด่วนก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาที่ยืดยาวไปได้เพราะฉะนั้นเมื่อ ผลกระทบเกิดจากการกระทำของคุณสิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ รู้จักประมาณค่าของตัวเองด้วย ว่าร่างกายของคุณสามารถต้านทานยาได้มากแค่ไหนเพราะยาไวอากร้านั้นไม่ได้เป็นยาปฏิชีวนะที่ช่วยบรรเทาแต่เป็นยาที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศเพราะฉะนั้นหาคุณทานยาเกินปริมาณก็จะทำให้ร่างกายของคุณต่อต้านได้เช่นเดียวกันจงอย่าลืมว่าร่างกายของตนเองสำคัญที่สุด หากพบว่าตัวเองแพ้ยาก็ต้องรีบพบแพทย์ทันที

ยาซิลเดนาฟิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาซิลเดนาฟิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้

  1. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับยารักษาโรคกระเพาะอาหาร เช่น ไซเมทิดีน (Cimetidine) หรือยาที่ใช้รักษาอาการป่วยจากโรคติดเชื้อเอชไอวี เช่น ไรโทนาเวีย (Ritonavir) อาจทำให้ความเข้มข้นของซิลเดนาฟิลเพิ่มมากขึ้นจนอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  2. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับยาลดความดันโลหิตกลุ่มแอลฟา บล็อกเกอร์ (Alpha-blocker) สามารถส่งผลให้เกิดความดันโลหิตต่ำได้ ควรเลี่ยงไม่ใช้ร่วมกันหรืออาจต้องปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคลไป
  3. การใช้ยาซิลเดนาฟิลร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ห้ามรับประทานยาซิลเดนาฟิลพร้อมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด